ข่าวสารและบทความ

ข่าวล่าสุด

08 เมษายน 2569

ไม่มีประสบการณ์ตรง ไม่ใช่ทางตัน เคล็ดลับเปลี่ยนสายงานให้รุ่งด้วย Passion

เคยไหมเวลาหางานแล้วไปสะดุดตากับงานในฝันที่เห็นแล้วใจเต้นแรง อยากกดสมัครเดี๋ยวนี้ แต่พอเหลือบไปดูคุณสมบัติในช่องประสบการณ์ความมั่นใจกลับหดหาย เพราะงานที่ทำมาทั้งชีวิตดันอยู่คนละขั้วกับอุตสาหกรรมนั้นอย่างสิ้นเชิงแน่นอนว่าหลายคนเลือกที่จะถอดใจ เพราะคิดว่าไม่มีประสบการณ์ตรง อาจมีความหมายเท่ากับ “ทางตัน”แต่ในโลกการทำงานยุคใหม่ ประตูบานนั้นอาจไม่ได้ล็อกแน่นหนาอย่างที่คุณคิด หากคุณรู้จักใช้ความหลงใหลให้เป็นอาวุธ แต่ต้องใช้อย่างมีชั้นเชิง ไม่ใช่แค่เดินเข้าไปบอกว่าฉันชอบสิ่งนี้ทั้งหมดนี้คือคู่มือการเปลี่ยนสายงานฉบับคนมีของ ที่จะเปลี่ยนสถานะจากแฟนคลับให้กลายเป็นตัวจริงในสายตาHRทำไมPassionถึงซื้อใจHRได้ก่อนจะไปถึงวิธีขายตัวเอง ต้องเข้าใจก่อนว่าทำไมผู้สรรหาถึงมองหาคนที่มีPassion แม้โปรไฟล์อาจจะไม่ตรงสายเป๊ะๆลำดับแรก คือ เครื่องหมายการันตีความอึด งานทุกที่มีวันที่แย่และอุปสรรค คนที่รักในสิ่งที่ทำมักจะมีแรงฮึดสู้มากกว่าคนทั่วไป พวกเขาพร้อมจะฝ่าฟันปัญหาเพื่อให้งานสำเร็จ เพราะอินกับเป้าหมายขององค์กรพลังงานของคนที่มีPassion มักส่งต่อถึงคนรอบข้าง การได้ร่วมงานกับคนที่กระตือรือร้นจะช่วยปลุกไฟในทีมให้ลุกโชน ทำให้บรรยากาศการทำงานสนุกและสร้างสรรค์ขึ้นเคยเห็นเพื่อนที่ชอบแต่งตัวจนกลายเป็นกูรูแฟชั่น หรือเพื่อนที่ชอบซ่อมของจนเก่งกว่าช่างไหมPassionมักนำมาซึ่งความรู้ลึกรู้จริง คนเหล่านี้มักศึกษาหาข้อมูลในวงการนั้นๆ อยู่ตลอดเวลา ทำให้พวกเขารู้ลึกกว่าคนทำงานทั่วไปเสียอีกเปลี่ยนPassion ให้เป็นProfessional การจะข้ามสายงานโดยใช้ความชอบนำทาง คุณต้องแสดงออกให้เหนือกว่าผู้สมัครทั่วไป นี่คือ3 กลยุทธ์สำคัญที่จะทำให้Passion ของคุณมีมูลค่าทางธุรกิจ1. รู้ลึกในเชิงธุรกิจ ไม่ใช่แค่มุมมองแฟนคลับ สมมติคุณอยากทำงานวงการกีฬา การรู้ว่าทีมไหนชนะเมื่อคืนนั้นไม่พอ คุณต้องรู้ลึกไปถึง“เกมธุรกิจ”ใครคือคู่แข่งสำคัญ เทรนด์การตลาดกีฬาตอนนี้คืออะไร ผู้บริหารกำลังกังวลเรื่องไหน เวลาสัมภาษณ์ คุณต้องคุยภาษาเดียวกับผู้จัดการทั่วไป ไม่ใช่คุยภาษาแฟนบอลที่วิจารณ์ข้างสนาม หากคุณไม่มีInsight เชิงกลยุทธ์ คุณก็เป็นได้แค่“ผู้ชื่นชอบ”ไม่ใช่“ผู้ร่วมงาน”2. ขายมุมมองที่แตกต่าง การมาจากต่างอุตสาหกรรมคือจุดแข็ง เพราะคุณมีมุมมองที่คนในวงการอาจมองข้าม ใช้ประสบการณ์จากสายงานเดิมของคุณมาวิเคราะห์อุตสาหกรรมใหม่ หากคุณมีไอเดียที่สดใหม่และแก้ปัญหาได้จริง สิ่งนี้อาจทำให้HR มองข้ามเรื่องประสบการณ์ตรง และอยากเรียกคุณมาสัมภาษณ์ทันที3. เสนอแผนที่สร้างกำไรให้ธุรกิจPassion กินไม่ได้ แต่แผนธุรกิจกินได้ คุณต้องตอบให้ได้ว่า“จ้างคุณแล้วบริษัทจะได้อะไร?”เช่น คุณจะเพิ่มยอดEngagement แฟนเพจอย่างไร จะหาสปอนเซอร์เจ้าใหม่จากคอนเนกชันเดิมได้ไหม หรือคุณจะลดต้นทุนหลังบ้าน หรือปรับปรุงระบบให้ลื่นไหลขึ้นได้อย่างไร? เปลี่ยนความชอบให้เป็นแผนงานที่จับต้องได้และสร้างประโยชน์ให้องค์กรกับดักที่ต้องระวัง เมื่อPassion กลายเป็นดาบสองคมแม้ความมุ่งมั่นจะเป็นเรื่องดี แต่มีข้อควรระวังสำหรับมือใหม่หัดย้ายสาย อย่าให้Passion บังทักษะ การเขียนจดหมายสมัครงานที่พร่ำเพ้อถึงความรักที่มีต่ออุตสาหกรรมจนลืมขายของคือความผิดพลาดมหันต์ อย่าลืมว่าHR จ้างคุณมาทำงาน ไม่ได้จ้างมาเป็นแฟนคลับ คุณต้องเน้นทักษะที่นำไปใช้ได้จริง เช่น ภาวะผู้นำ การสื่อสาร หรือการบริหารจัดการมีPassion โดยไม่มีBusiness Value ถ้าคุณไม่สามารถเชื่อมโยงความชอบเข้ากับเป้าหมายของบริษัทได้ สิ่งที่คุณทำก็เป็นเพียงงานอดิเรก บริษัทไม่ได้เปิดรับสมัครงานเพื่อสานฝันให้ใคร แต่รับคนมาช่วยแก้ปัญหาให้องค์กร ในวงการยอดฮิตอย่าง กีฬา บันเทิง หรือแฟชั่น มีคนที่มีPassion ล้นเหลือสมัครเข้ามาเป็นร้อย การจะโดดเด่นได้ คุณต้องเป็นมืออาชีพที่รักในงาน ไม่ใช่แค่คนรักงานที่อยากเป็นมืออาชีพดังนั้นการเปลี่ยนสายงานโดยไม่มีประสบการณ์ตรงไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ หากคุณสามารถพิสูจน์ได้ว่า“ไฟ”ในตัวคุณ สามารถแปรเปลี่ยนเป็น“กำไร”และ“ความสำเร็จ”ให้กับบริษัทได้ วาเลนไทน์นี้ลองกลับมารักงานที่ทำ หรือมองหางานที่รัก แล้วใช้กลยุทธ์นี้พิชิตใจHR ดูสักครั้งที่มา: https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2911796

อ่านเพิ่มเติม

04 มีนาคม 2569

อันตราย! 6 ข้อผิดพลาดในการเขียนอีเมล ที่อาจทำให้โดนมองแรงว่าไร้มารยาท

1. เขียนอีเมลที่ไม่มีคำขึ้นต้นและคำลงท้ายการส่งอีเมลโดยไม่มีคำขึ้นต้นและคำลงท้ายที่เหมาะสมนั้น นอกจากจะไม่สุภาพแล้ว ยังทำให้ผู้รับรู้สึกว่าผู้ส่งนึกอยากจะส่งก็ส่งโดยไม่ไตร่ตรองเสียก่อนอีกด้วย การทำงานวัฒนธรรมไทย การให้เกียรติและรูปแบบที่ดูสุภาพทางการถือเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะถ้าคุณไม่รู้จักคนที่คุณส่งอีเมลไปหาเป็นการส่วนตัวสิ่งที่ควรทำ: ฐิรญาดาให้คำแนะนำว่าควรเริ่มเขียนอีเมลด้วยคำทักทายที่สุภาพเช่น "เรียน คุณ..." ไม่ควรเรียกอีกฝ่ายด้วยชื่อเล่นถ้าไม่สนิทกับผู้รับ นอกจากนี้ ควรปิดท้ายอีเมลด้วยคำสุภาพ เช่น "ขอแสดงความนับถือ" การมีคำขึ้นต้นและลงท้ายที่เหมาะสม จะให้ผู้รับอีเมลเห็นว่าคุณเป็นคนมีมารยาทและสื่อสารอย่างเหมาะสม2. ใช้คำว่า "เร่งด่วน" อย่างพร่ำเพื่อการใส่คำว่า "เร่งด่วน" ในหัวข้ออีเมลบ่อยจนเกินไป จะทำให้คนอื่นมองว่าคุณเป็น "คิดถึงแต่ตัวเอง" หรือ "ไม่มีมารยาท" ในวัฒนธรรมการทำงานในประเทศไทย คนทำงานล้วนให้ความสำคัญกับความกลมเกลียวในที่ทำงานและความเคารพคนอื่นอย่างยิ่งสิ่งที่ควรทำ: ฐิรญาดาให้ความเห็นว่า "คุณไม่ควรใช้คำว่าเร่งด่วนเพื่อกดดันผู้รับ ถ้าเรื่องนั้นเป็นเรื่องเร่งด่วนจริงๆ คุณควรโทรศัพท์ไปแจ้งอีกฝ่ายอย่างสุภาพ หรือส่งข้อความไปทาง LINE น่าจะดีกว่าการส่งอีเมล" วราวุธยังเสริมต่ออีกว่าการรับรู้ภาระงานของเพื่อนร่วมงาน แสดงให้เห็นถึงความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นและทำให้ผู้อื่นให้ความร่วมมือกับคุณมากขึ้น3. การตอบแบบห้วนๆ เช่น "โอเค" หรือ "รับทราบ"แม้ว่าการตอบแบบสั้นๆ จะช่วยประหยัดเวลา แต่คนอื่นอาจมองว่าคุณไร้มารยาท โดยเฉพาะการพูดว่า "โอเค" โดยไม่มีน้ำเสียงประกอบ ผู้รับสารอาจรู้สึกว่าคุณเป็นคนเย็นชาหรือไม่ใส่ใจผู้อื่นสิ่งที่ควรทำ: ควรเพิ่มคำเพื่อแสดงความสุภาพมากขึ้น เช่น แทนที่จะพูดสั้นๆ ว่า "รับทราบ" และ "โอเค" คุณควรตอบว่า "รับทราบครับ ขอบคุณครับ" หรือ "โอเคครับ เดี๋ยวผมดูนะครับ" นอกจากนี้ ถ้าคุณได้รับอีเมลที่ขอให้คุณทำอะไรสักอย่าง คุณควรตอบอีกฝ่ายว่าคุณจะทำสิ่งนั้นให้เสร็จภายในวันที่เท่าไหร่ การให้คำตอบที่ชัดเจนแบบนี้จะช่วยให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าคุณได้อ่านอีเมลนั้นมาอย่างดีและให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำตามที่ร้องขอ4. CC ไปยังคนอื่นมากจนเกินไปถ้าส่งอีเมลและ CC ทุกคนในออฟฟิศ คนอื่นอาจมองว่าคุณกำลังโบ้ยความรับผิดชอบให้คนอื่น รวมถึงสร้างความรำคาญให้คนอื่นอีกด้วย นอกจากนี้ อีเมลของคุณจะไปรก inbox ของคุณอื่น และทำให้ข้อมูลลับถูกแชร์ไปยังผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องสิ่งที่ควรทำ: วราวุธให้คำแนะนำว่า "คุณควร CC เฉพาะคนที่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลดังกล่าวเท่านั้น การ CC คนอื่นมากเกินนอกจากจะเสียเวลาแล้ว ยังทำให้คุณดูไม่น่าเชื่อถืออีกด้วย" คุณควรคิดให้รอบคอบ และ CC เฉพาะหัวหน้าทีมหรือคนในทีมที่เกี่ยวข้อง แต่คุณไม่ควร CC ไปยังผู้จัดการระดับสูงเว้นแต่คุณต้องการให้เขาช่วยอะไรบางอย่าง5. ยัดข้อมูลลงไปในอีเมลมากจนเกินไปย่อหน้าที่เขียนยาวมาเป็นพรืด ทำให้คนอ่านเข้าใจสารที่ต้องการสื่อได้ยากและทำให้คนอื่นรู้สึกว่าคุณสื่อสารไม่ชัดเจน ผู้จัดการที่มักจะงานยุ่งมักมีเวลาแค่อ่านผ่านๆ และอาจจะพลาดสารสำคัญที่คุณต้องการสื่อสิ่งที่ควรทำ: ฐิรญาดาแนะนำว่าควรเขียนอีเมลให้กระชับ "คุณควรโฟกัสเฉพาะข้อมูลที่ผู้รับควรรู้เท่านั้น ใช้ bullet point หรือตัวเลขเพื่อให้ข้อความอ่านง่าย" ถ้าต้องการบอกรายละเอียดเพิ่ม คุณควรแนบไฟล์เอกสาร แทนที่จะยัดข้อมูลทั้งหมดลงไปในอีเมล6. เขียนอีเมลผิดๆ ถูกๆการสะกดผิดหรือเขียนประโยคที่ผิดไวยากรณ์อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มันสะท้อนให้เห็นว่าคุณไม่ใส่ใจและไม่เป็นมืออาชีพ ในประเทศไทย การเขียนอีเมลด้วยภาษาทางการเป็นเรื่องสำคัญในการทำงานสิ่งที่ควรทำ: ตรวจเช็คอีเมลที่เขียนให้ดีก่อนกดส่ง ฐิรญาดาเสริมว่า "การเขียนอีเมลที่สะกดอย่างถูกต้องจะสร้างความประทับใจที่ดีและสร้างความน่าเชื่อ" วราวุธให้ความเห็นต่อว่าการเขียนอีเมลที่เขียนมาอย่างประณีตแสดงถึงความเอาใจใส่และความน่าเชื่อถือ ก่อนกดส่งคุณควรตรวจเช็คข้อความให้ดี รวมถึงใช้เครื่องมืออื่นๆ ช่วยตรวจการเขียนอีเมลเพื่อให้สื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพควรเขียนอีเมลอย่างไรหัวใจสำคัญของการเขียนอีเมลคือ "การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น" คุณควรสวมบทบาทเป็นผู้อื่นตอนที่เขียนอีเมล เพื่อดูว่าคนที่อ่านจะรู้สึกอย่างไรปรับน้ำเสียงของอีเมลให้เหมาะสมกับผู้รับสาร เขียนอย่างเป็นกันเองมากขึ้นเมื่อส่งอีเมลหาเพื่อนร่วมงานที่สนิท และเขียนอย่างเป็นทางการเมื่อส่งอีเมลหาผู้จัดการสื่อสารอย่างชัดเจนว่าต้องการให้อีกฝ่ายทำอะไร รวมถึงระบุเดดไลน์ที่ชัดเจน โดยไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าถูกกดดันแสดงความเคารพผู้รับด้วยคำขึ้นต้นและคำลงท้ายที่เหมาะสม รวมถึงการใช้ภาษาในอีเมลที่ผ่านการขัดเกลามาอย่างดีเมื่อคุณหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดทั้งหกข้อ และทำตามสิ่งที่ควรทำที่เราแนะนำ คุณจะกด "ส่ง" อีเมลด้วยความมั่นใจ และสร้างการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและทำให้ทำให้ทั้งออฟฟิศทำงานได้อย่างราบรื่นที่มา : www.jobsdb.com

อ่านเพิ่มเติม

20 มกราคม 2569

7 เทคนิคต่อรองเงินเดือน คุยยังไงให้ได้งาน และได้เงินที่คู่ควร

การได้งานใหม่นับเป็นข่าวดี แต่อีกด่านสำคัญก็คือ ‘การเจรจาต่อรองเงินเดือน’ ความกลัวที่ว่าหากเรียกเงินเดือนสูงเกินไปอาจทำให้พลาดงาน หรือถ้ายอมรับข้อเสนอทันทีอาจทำให้เสียดายทีหลัง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอแต่อย่าปล่อยให้ความกลัวมาปิดกั้นโอกาสของเรา การเจรจาเงินเดือนไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่เป็น ‘สิทธิ’ ที่เราควรทำความเข้าใจและเตรียมตัวให้พร้อมเพราะฐานเงินเดือนปัจจุบัน คือบันไดขั้นแรกที่จะส่งผลต่ออนาคตการเงินของเราไปอีกนาน ไม่ว่าจะเป็นการปรับขึ้นเงินเดือนประจำปี, การคำนวณโบนัส หรือแม้แต่ตอนที่เราย้ายงานในอนาคต บริษัทใหม่ก็มักจะใช้ฐานเงินเดือนเดิมของเราเป็นจุดอ้างอิงและนี่คือ7 เทคนิคที่จะช่วยให้เจรจาต่อรองเงินเดือนได้อย่างมั่นใจ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สมเหตุสมผลกับคุณค่าและความสามารถของเรา1.อ่านสถานการณ์ให้ออก เริ่มเจรจาเมื่อได้เปรียบจังหวะที่ดีที่สุดในการเริ่มเจรจา คือ หลังจากที่เราได้รับข้อเสนองานอย่างเป็นทางการแล้วณ จุดนี้ คือจุดที่นายจ้างแสดงความสนใจอย่างชัดเจนว่า ‘อยากได้เรา’ มาร่วมทีม บริษัทได้ลงทุนทั้งเวลาและทรัพยากรในการสัมภาษณ์ไปแล้ว การต่อรองของเราจึงมีน้ำหนักมากขึ้นนอกจากนี้ สังเกตด้วยว่าเรากำลังคุยกับใคร คนนั้นมีอำนาจตัดสินใจหรือไม่? (เช่น หัวหน้าแผนกโดยตรง หรือ ผู้จัดการฝ่ายบุคคล) หากเป็นHR ที่ไม่มีอำนาจตัดสินใจ ให้พยายามพูดคุยกับคนที่มีอำนาจสูงกว่า การคุยกับคนที่ใช่จะช่วยให้การเจรจาจบเร็วและมีประสิทธิภาพ2.ทำการบ้าน ข้อมูลคืออาวุธสำคัญอย่าต่อรองด้วยความรู้สึก แต่จงต่อรองด้วย ‘ข้อมูล’ การมีข้อมูลสนับสนุนจะทำให้ข้อเรียกร้องของเราน่าเชื่อถือจงรวบรวมข้อมูลเงินเดือน ค้นหาว่าตำแหน่งงานของเรา ในอุตสาหกรรมเดียวกัน มีอัตราเงินเดือนในตลาดอยู่ที่เท่าไหร่ เว็บไซต์หางาน หรือแพลตฟอร์มอย่างLinkedIn, JobsDB สามารถช่วยได้ให้ประเมินตัวเองว่า ทักษะ, ความเชี่ยวชาญ และ ประสบการณ์ ของเรา เป็นที่ต้องการของตลาดหรือไม่? ประสบการณ์ 3 ปี กับ10 ปี ย่อมได้เรทไม่เท่ากันจากนั้น ควรกำหนด ‘ช่วงเงินเดือน’ ในใจไว้3 ตัวเลข คือ ตัวเลขขั้นต่ำที่รับได้ (ห้ามต่ำกว่านี้), ตัวเลขที่คาดหวัง และ ตัวเลขในฝัน (เผื่อต่อรอง)3.เตรียมกลยุทธ์ว่า ทำไมต้องจ้างราคานี้การต่อรองไม่ใช่การขอเงินเพิ่ม แต่คือการนำเสนอว่า ‘คุณค่า’ ที่เราจะมอบให้บริษัทนั้น คุ้มค่ากับตัวเลขที่ร้องขอ ควรเตรียมชุดข้อมูลที่เป็นจุดแข็งของเราและตอบโจทย์บริษัทความสำเร็จ: เราเคยทำโปรเจกต์อะไรสำเร็จบ้าง? ช่วยลดต้นทุน หรือเพิ่มยอดขายให้ที่เก่าได้เท่าไหร่? ประสบการณ์ หรือทักษะเฉพาะทางที่โดดเด่นใบรับรอง (Certificates): การมีใบรับรองเฉพาะทางช่วยเพิ่มแต้มต่อได้กรณีเปลี่ยนสายงาน: ถ้าสมัครงานไม่ตรงสาย ให้เน้นว่าเราจะ ‘ประยุกต์’ ความเชี่ยวชาญเดิมมาสร้างประโยชน์ให้งานใหม่ได้อย่างไร4.ไม่ใช่แค่เงินเดือน แต่มองผลตอบแทนทั้งหมดหากบริษัทไม่สามารถให้ตัวเลขเงินเดือนที่เราพอใจได้ 100% อย่าเพิ่งปิดดีล ลองพิจารณา ‘ผลประโยชน์และสวัสดิการอื่น’โบนัส (การันตีหรือไม่)กองทุนสำรองเลี้ยงชีพชั่วโมงการทำงาน (เช่น ทำงานแบบ Hybrid,เวลาเข้าออกงานที่ยืดหยุ่น)วันลาพักร้อนสวัสดิการอื่นๆ (ค่ารักษาพยาบาล, ฟิตเนส, ค่าเดินทาง)งบประมาณในการอบรมพัฒนาตนเอง (Training Budget)บางครั้ง สวัสดิการเหล่านี้อาจมีมูลค่ามากกว่าตัวเลขเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย5.อย่าต่อรองยืดเยื้อ ปิดเกมให้ไวและมีหลักฐานการเจรจาที่ดีควรจบภายในไม่กี่ครั้ง (เช่น การคุยโทรศัพท์1 ครั้ง และอีเมลยืนยัน1-2 ฉบับ) การต่อรองที่ยืดเยื้อเกินไปอาจสร้างความรู้สึกไม่ดีต่อกันก่อนที่จะเริ่มงานด้วยซ้ำ จงเตรียมพร้อมข้อมูลและข้อเสนอของเราให้ชัดเจนตั้งแต่แรกสิ่งสำคัญคือ เมื่อตกลงเรทค่าตอบแทนกันได้แล้ว ต้องเก็บหลักฐานข้อตกลงเงินเดือนเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ ไม่ว่าจะเป็นอีเมลยืนยัน หรือการระบุในสัญญาจ้างงาน ห้ามตกลงด้วยปากเปล่าเด็ดขาด6.เตรียมตัวสำหรับคำถาม (ที่อาจอึดอัด)ในระหว่างการเจรจา นายจ้างหรือผู้สัมภาษณ์อาจซักถามเพื่อประเมินสถานการณ์ของเราเพื่อการตัดสินใจ เช่น“พร้อมเริ่มงานเมื่อไหร่?” : ตอบตามจริง และเผื่อเวลาสำหรับการลาออกตามกฎหมาย (ปกติ30 วัน)“มีข้อเสนอจากบริษัทอื่นหรือไม่?” : หากมี ไม่จำเป็นต้องโกหก การที่บอกว่ามีที่อื่นสนใจเราอยู่ อาจช่วยเพิ่มน้ำหนักต่อรองให้เราได้“เงินเดือนที่คาดหวังมาจากฐานคิดอะไร?” : นี่เป็นโอกาสดีที่จะได้ขายความสามารถของตัวเองคำแนะนำที่ดีที่สุดคือ ความซื่อสัตย์ การโกหกเรื่องความสำเร็จหรือข้อเสนอจากที่อื่น (ทั้งที่ไม่มีจริง) อาจทำลายความน่าเชื่อถือของเราทันทีหากถูกจับได้7.จบการเจรจาด้วยความเป็นมืออาชีพไม่ว่าผลลัพธ์การเจรจาจะออกมาเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญคือการรักษาความเป็นมืออาชีพไว้จนถึงที่สุด วงการไอที, การตลาด, หรืองานสายอื่น ๆ นั้น ‘เล็กกว่าที่คิด’ อย่าเผาอนาคตตัวเองด้วยการแสดงอารมณ์ไม่พอใจหากสมหวัง: ขอบคุณอย่างจริงใจ และแสดงความกระตือรือร้นที่จะได้เริ่มงานหากถูกปฏิเสธ (หรือไม่สามารถตกลงกันได้): อย่าแสดงอารมณ์ไม่พอใจ ให้ปฏิเสธอย่างสุภาพ และขอบคุณสำหรับเวลาและโอกาสที่มอบให้ เพราะโลกการทำงานนั้นกลม ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจมีตำแหน่งอื่นที่เหมาะสมกว่าเปิดรับ และเขาก็อาจนึกถึงเราเป็นคนแรกการหางานใหม่เป็นเรื่องที่ท้าทาย และการเจรจาเงินเดือนก็เช่นกัน แต่อย่าท้อถอยที่จะเรียกร้องในสิ่งที่เราคู่ควร และที่สำคัญที่สุด อย่าประเมินคุณค่าและความสามารถของตัวเองต่ำเกินไป การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้เราได้งานที่ใช่ ในผลตอบแทนที่เราคู่ควรที่มา : https://thestandard.co/7-techniques-negotiate-salary-pay/

อ่านเพิ่มเติม

ข่าว

25 เมษายน 2566

ประกาศแจ้งเตือนจากบริษัทในกลุ่มอมตะ

18 เมษายน 2566

สมัครงานยังไง ?...ให้ได้งาน พบกับ 10 เทคนิคดีๆ ที่ควรรู้ !!

บทความ

16 มกราคม 2569

Workplace Happiness วิธีสร้างความสุขในการทำงานให้ยั่งยืน

12 มกราคม 2569

5 เทรนด์เขย่าวัฒนธรรมออฟฟิศปี 2026 โลกการทำงานจะไม่เหมือนเดิม

22 ธันวาคม 2568

สำรวจ 10 อาชีพมาแรงในอนาคต 2030 ที่ตลาดแรงงานต้องการตัว

19 ธันวาคม 2568

เปลี่ยนงานบ่อย ดีจริงไหม? 58% วัยทำงาน Gen Z เปลี่ยนงานใหม่ในห้าปี

15 ธันวาคม 2568

AI อาจทำ 5 อาชีพเสี่ยงหายไปในอีก 20 ปี ทั้งแคชเชียร์ คนขับรถ นักข่าว

04 ธันวาคม 2568

7 เทรนด์การทำงานปี 2026 ที่ทุกองค์กรต้องเตรียมรับมือ

17 พฤศจิกายน 2568

พนักงานแบบไหนที่ผู้ประกอบการต้องการตัว

13 พฤศจิกายน 2568

เมื่องานมากขึ้นขอขึ้นเงินเดือนได้ไหม คำถามคาใจที่พนักงานสงสัย

21 ตุลาคม 2568

10 คำถามสัมภาษณ์งานยอดฮิตและวิธีตอบให้ประทับใจ

10 ตุลาคม 2568

บุคลิกภาพกับการเลือกอาชีพ

11 กันยายน 2568

เปิดลิสต์ 6 ทักษะดิจิทัล ที่คนทำงานต้องมีในปี 2026 ถ้าไม่อยาก “ตกรุ่น” ห้ามพลาด!

02 กันยายน 2568

7 เทคนิคสัมภาษณ์งานอย่างไรให้ได้งาน

29 สิงหาคม 2568

The Future-Ready Executive: เตรียมพร้อมผู้นำสู่ปี 2026

18 สิงหาคม 2568

ไขความลับ AI ยิ่งใช้ยิ่งฉลาด ไม่ขาด Critical Thinking

13 สิงหาคม 2568

ปีแห่งการปรับตัวของมนุษย์ สำรวจเทรนด์ทำงานน่าจับตาประจำปี 2025

04 สิงหาคม 2568

ตลาดแรงงานไทยฟื้นตัว องค์กร 53% จ่อจ้างงานเพิ่ม แต่เทรนด์ ‘จ้างงานยืดหยุ่น’ มาแรง Part-time พุ่งเท่าตัว สะท้อนการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่

29 กรกฎาคม 2568

เขียนประสบการณ์ทำงาน (Work Experience) ลงในเรซูเม่ให้ได้เปรียบคนอื่น

10 มิถุนายน 2568

10 คำถามสัมภาษณ์งานยอดฮิตและวิธีตอบให้ประทับใจ

28 พฤษภาคม 2568

เจาะลึกบุคลิก ‘Ambivert’ คนที่ทั้งเก็บตัวและเปิดเผย ผู้นำที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลกธุรกิจยุคใหม่

21 พฤษภาคม 2568

คนเก่งยุคใหม่ ต้องมี ‘Human Skills’ เพราะ LinkedIn เผย ‘ไกล่เกลี่ย’ คือทักษะที่ตลาดต้องการในปี 2025

13 พฤษภาคม 2568

คนรุ่นใหม่ใช้ AI ช่วยสมัครงาน-เขียนเรซูเม่-ฝึกซ้อมสัมภาษณ์งาน

07 พฤษภาคม 2568

สำรวจ Future of Work ปี 2025 เมื่อ AI มาแรง – ต้องแย่งชิง Talent – ความยืดหยุ่นในการทำงานเพิ่มขึ้น

28 เมษายน 2568

8 ทักษะความเป็นผู้นำที่สำคัญในปี 2025

21 เมษายน 2568

9 คำถามสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์ทีไรเจอแน่นอน ตอบยังไงไปดูกัน

17 เมษายน 2568

The Future of Jobs 2025 ชี้ทักษะแห่งอนาคต พร้อมแนะกลยุทธ์สร้างมนุษย์แห่งอนาคต (Future Human) สำหรับประเทศไทย

08 เมษายน 2568

กลยุทธ์คนทำงาน เงินพุ่ง งานรุ่ง ใครก็แทนไม่ได้

01 เมษายน 2568

ฉายทิศทางตลาดงานปี 2025 งานไหนมาแรง เตรียมตัวอย่างไรไม่ให้เป็นคนตกงาน

25 มีนาคม 2568

เขียนประสบการณ์ทำงาน (Work Experience) ลงในเรซูเม่ให้ได้เปรียบคนอื่น

17 มีนาคม 2568

7 แนวคิดของการทำงานยุคใหม่ให้มีประสิทธิภาพ

12 มีนาคม 2568

7 เทรนด์การทำงานน่าติดตามที่จะมาเปลี่ยนชีวิตการทำงาน ปี 2025

14 มกราคม 2568

10 อันดับอาชีพมาแรงพร้อมฐานเงินเดือนสูงในปี 2025

07 มกราคม 2568

เจาะลึก...งานประจำกับฟรีแลนซ์..ต่างกันตรงไหน..แบบไหนที่ใช่..มากที่สุด

16 ธันวาคม 2567

20 เทรนด์อาชีพมาแรงในอนาคต ปี 2025-2029

04 ธันวาคม 2567

14 คำแนะนำดีๆ สำหรับคนเริ่มต้นหางาน ให้ได้งานที่ใช่

26 พฤศจิกายน 2567

รู้จัก 4 รูปแบบหลักในการสัมภาษณ์งานของผู้สมัคร

15 พฤศจิกายน 2567

เขียนประสบการณ์ทำงาน (Work Experience) ลงในเรซูเม่ ให้ได้เปรียบคนอื่น

26 กันยายน 2567

14 เครื่องมือ AI ที่ชาวออฟฟิศต้องมี ช่วยให้ทำงานง่ายสบายกว่าเดิม

16 กันยายน 2567

รู้จักกับ RESUME, CV และ PORTFOLIO พร้อมเคล็ดลับการสร้างสรรค์ให้โดนใจ HR

10 กันยายน 2567

โลกในปี 2025 จะเป็นอย่างไร 10 เมกะเทรนด์เปลี่ยนโลกที่ต้องจับตา

04 กันยายน 2567

ทักษะ "Soft Skills" ที่จําเป็นต้องพัฒนาสู่ปี 2025 จากมุมมองของนักการตลาด

29 สิงหาคม 2567

"10 อันดับ" อาชีพอินเทรนด์ในปี 2567 มีแนวโน้มเติบโต..ไม่จม..ไม่หาย..แถมทำรายได้ดี !

07 พฤษภาคม 2567

ึึ7 เทรนด์ขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีที่องค์กรทั่วโลกต้องกลับมาทบทวนเพื่อประยุกต์ใช้ในปี 2567

22 กุมภาพันธ์ 2567

วิธีรับมือ 7 คำถาม “สัมภาษณ์งาน” ที่คนสมัครงานมักจะต้องเจอ

22 กุมภาพันธ์ 2567

อัปเดต 5 เทรนด์การทำงานประจำปี 2024

18 เมษายน 2566

ส่องเทรนด์อาชีพปี 66 พบ 14 อาชีพรุ่ง-5 อาชีพร่วง

18 เมษายน 2566

“แค๊บหมู” ทำกินเองได้ ทำขายรายได้ดี

กิจกรรม

04 เมษายน 2568

อมตะซิตี้ ระยอง ร่วมกิจกรรมจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง

31 มีนาคม 2568

อมตะจับมือซูมิโตโม รับเบอร์ ชวนพนักงานร่วมเป็นฮีโร่ กับโครงการ “100 ล้านซีซี โลหิตชาวอมตะเพื่อสภากาชาดไทย”

25 มีนาคม 2568

อมตะซิตี้ ชลบุรี ร่วมกับสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี จัดกิจกรรม Eco Green Network ประจำปี 2568
ติดต่อเรา
บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)
  • 700 บางนา-ตราด กม. 57 อ.เมือง จ.ชลบุรี 20000
  • 03 893 9007
บริษัท อมตะซิตี้ ระยอง จำกัด
  • 7 ทางหลวงหมายเลข 331 กม. 39 อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 20230
  • 03 849 7007
ข้อมูลติดต่อ
  • amatajobsonline@amata.com
ช่องทางการติดตาม