ข่าวสารและบทความ

ข่าวล่าสุด

07 กันยายน 2569

การพัฒนาความรู้ในที่ทำงาน: เคล็ดลับสร้างทักษะใหม่เพื่อความสำเร็จในอาชีพ

ในยุคที่โลกการทำงานมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาความรู้และทักษะใหม่ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการก้าวหน้าในอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้เครื่องมือใหม่ๆ การปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยี หรือการเสริมสร้างทักษะอ่อน (Soft Skills) ที่จำเป็นในการทำงานร่วมกับคนอื่นๆ การศึกษาต่อเนื่องและการเรียนรู้ตลอดชีวิตกลายเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องทำเพื่อเพิ่มพูนความสามารถและไม่ตกเทรนด์ในบทความนี้จะมาแนะนำเคล็ดลับและเทคนิคใหม่ๆ ที่ผู้อ่านวัยทำงานสามารถนำไปปรับใช้ในการพัฒนาทักษะใหม่ๆ เพื่อความสำเร็จในอาชีพการงานกัน จะมีเคล็ดลับหรือวิธีใดกันบ้าง มาเรียนรู้กันในบทความนี้เลยค่ะ1.การใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาทักษะใหม่ๆในยุคที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในทุกด้านของการทำงาน การใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ๆ กลายเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ว่าจะเป็นการเรียนออนไลน์ การฝึกฝนทักษะจากแอปพลิเคชันต่างๆ หรือการใช้เครื่องมือดิจิทัลที่ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวอย่างเช่น:คอร์สออนไลน์: เว็บไซต์ต่างๆ อย่างCoursera, LinkedIn Learning หรือ Udemy มีคอร์สที่ครอบคลุมทั้งทักษะทางเทคนิค เช่น การเขียนโปรแกรม การใช้ซอฟต์แวร์เฉพาะทาง หรือทักษะด้านการบริหารจัดการ เช่น การบริหารเวลา หรือการเป็นผู้นำที่มีประสิทธิภาพ สามารถเรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกได้แอปพลิเคชันการเรียนรู้: แอปพลิเคชันเช่นDuolingo (สำหรับการเรียนภาษา) หรือKhan Academy (สำหรับวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์) ช่วยให้การเรียนรู้เป็นเรื่องสนุกและสะดวกสบาย สามารถเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา นอกจากนี้ยังมีแอปพลิเคชันเฉพาะทางที่ช่วยพัฒนาทักษะต่างๆ เช่น การเขียน การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ หรือการปรับปรุงทักษะในการนำเสนอ2.การเรียนรู้แบบ Microlearning (การเรียนรู้แบบย่อย)ในชีวิตประจำวันที่เต็มไปด้วยภาระงาน การเรียนรู้ที่ไม่ใช้เวลามากเกินไป แต่สามารถนำไปใช้ได้ทันทีกลายเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมMicrolearning คือการเรียนรู้ในรูปแบบชิ้นเล็กๆ ที่สามารถทำได้ในเวลาสั้นๆ ซึ่งเหมาะกับคนที่มีเวลาไม่มากและต้องการเพิ่มทักษะใหม่ๆ อย่างรวดเร็ว เทคนิคนี้ช่วยให้คุณสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่รู้สึกเบื่อหน่าย ตัวอย่างเช่น:การดูคลิปวิดีโอสั้นๆ: ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีในการดูวิดีโอที่อธิบายแนวคิดใหม่ๆ หรือทักษะที่คุณต้องการเรียนรู้ เช่น การใช้เครื่องมือใหม่ๆ ในการทำงาน หรือเคล็ดลับการพัฒนาทักษะการสื่อสารการทำแบบทดสอบสั้นๆ: การทำแบบทดสอบออนไลน์หรือการทดสอบความเข้าใจจะช่วยให้คุณสามารถทบทวนและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคนิคนี้ช่วยให้คุณสามารถเรียนรู้จากความผิดพลาดและพัฒนาทักษะในระยะเวลาสั้นๆ โดยไม่รู้สึกท้อ3.การตั้งเป้าหมายในการพัฒนาตัวเองการตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและสามารถวัดผลได้เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้การพัฒนาทักษะมีทิศทางและมีกระบวนการที่เป็นรูปธรรม การตั้งเป้าหมายในการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ช่วยให้คุณมีแรงบันดาลใจในการพัฒนาตัวเอง เช่น:กำหนดเป้าหมายในระยะสั้นและระยะยาว: ตัวอย่างเช่น ในระยะสั้นอาจตั้งเป้าหมายว่า "ในเดือนนี้จะเรียนรู้วิธีใช้โปรแกรมExcel ให้คล่อง" หรือในระยะยาว "ในปีนี้จะเรียนรู้การบริหารจัดการโปรเจกต์ได้อย่างมืออาชีพ"การติดตามความก้าวหน้า: สร้างแผนการตรวจสอบความก้าวหน้าของการเรียนรู้ เช่น การทบทวนเป้าหมายทุกสิ้นเดือนเพื่อประเมินว่าได้ทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ นอกจากนี้คุณสามารถใช้เครื่องมือออนไลน์เช่นTrello หรือAsana ในการติดตามความก้าวหน้าและบริหารการเรียนรู้ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ4.การฝึกฝนผ่านการทำงานจริง (Learning by Doing)การเรียนรู้จากการลงมือทำจริงในงาน หรือโปรเจกต์ที่ทำอยู่เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการพัฒนาทักษะใหม่ๆ คุณสามารถฝึกฝนทักษะที่เรียนรู้ในคอร์สหรือการศึกษาอื่นๆ ในการทำงานจริงเพื่อให้เกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ตัวอย่างเช่น:การทำโปรเจกต์ที่ท้าทาย: การทำโปรเจกต์ใหม่ๆ ที่คุณยังไม่เคยทำมาก่อนจะช่วยให้คุณได้ฝึกทักษะใหม่ๆ เช่น การทำงานกับเทคโนโลยีใหม่ๆ การแก้ปัญหาในงาน หรือการพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีม โดยเฉพาะในงานที่มีความซับซ้อน คุณจะได้เรียนรู้การจัดการเวลาที่มีประสิทธิภาพการทดลองสิ่งใหม่ๆ ในการทำงาน: การลองใช้เครื่องมือหรือวิธีการใหม่ๆ ในงานที่ทำจะช่วยให้คุณเรียนรู้และปรับปรุงการทำงานของตัวเอง รวมถึงพัฒนาความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ใหม่ๆ5.การแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ (Peer Learning)การเรียนรู้จากเพื่อนร่วมงาน หรือคนในอุตสาหกรรมเดียวกันเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้การพัฒนาทักษะเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ช่วยให้ได้มุมมองใหม่ๆ และสามารถปรับปรุงทักษะได้เร็วขึ้น ตัวอย่างการเรียนรู้จากเพื่อนร่วมงาน ได้แก่:การสร้างกลุ่มเรียนรู้ภายในองค์กร: คุณสามารถตั้งกลุ่มหรือทีมขึ้นมาภายในองค์กรเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือการทำงานใหม่ๆ หรือการพัฒนาทักษะที่สำคัญต่อการทำงาน เช่น การพัฒนาทักษะการนำเสนอ หรือการใช้เครื่องมือสำหรับการจัดการโปรเจกต์การร่วมมือกันในโครงการหรือกิจกรรม: การทำงานร่วมกันในโครงการใหม่ๆ ช่วยให้คุณได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของเพื่อนร่วมงานและพัฒนาทักษะในการทำงานเป็นทีม โดยเฉพาะการทำงานในโครงการที่ต้องการทักษะเฉพาะ6.การรับFeedback และพัฒนาอย่างต่อเนื่องการรับคำแนะนำจากผู้บังคับบัญชา เพื่อนร่วมงาน หรือผู้ที่มีประสบการณ์จะช่วยให้คุณเห็นจุดแข็งและจุดที่ต้องปรับปรุงในการทำงาน การขอFeedback อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณสามารถพัฒนาได้อย่างต่อเนื่อง เช่น:ขอFeedback จากผู้บังคับบัญชา: การขอคำแนะนำจากผู้บังคับบัญชาเกี่ยวกับการทำงานของคุณ เช่น "ในมุมมองของคุณ ฉันสามารถพัฒนาทักษะการบริหารจัดการทีมได้อย่างไรบ้าง?"การรับคำแนะนำจากเพื่อนร่วมงาน: เพื่อนร่วมงานสามารถให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการทำงานในโครงการหรือทักษะต่างๆ ที่คุณยังไม่เก่ง การรับคำแนะนำในลักษณะนี้จะช่วยให้คุณเห็นมุมมองใหม่ๆ ที่อาจจะเป็นประโยชน์ในการปรับปรุงการทำงาน7.การปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงโลกการทำงานในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ หรือการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป คุณจึงต้องปรับตัวให้เร็วและมีประสิทธิภาพ เช่น:การศึกษาแนวโน้มใหม่ๆ ในอุตสาหกรรม: การติดตามข่าวสารและแนวโน้มใหม่ๆ ในวงการของคุณ เช่น การเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ หรือการศึกษาวิธีการบริหารงานในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงการพัฒนาทักษะที่สามารถปรับใช้ได้ในหลายสถานการณ์: ทักษะที่ยืดหยุ่น เช่น การทำงานเป็นทีม การสื่อสาร หรือการแก้ปัญหา จะช่วยให้คุณปรับตัวได้ง่ายในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดสรุปการพัฒนาความรู้ในที่ทำงาน ถือเป็นกุญแจสำคัญในการเติบโตในอาชีพโดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากเกินไป ด้วยการใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้ การเรียนรู้แบบMicrolearning การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน การทดลองทำจริง และการรับคำแนะนำจากผู้อื่น เราก็สามารถพัฒนาทักษะใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การศึกษาต่อเนื่องและการเรียนรู้ตลอดชีวิตยังช่วยให้เราสามารถปรับตัวทันกับการเปลี่ยนแปลงในโลกการทำงาน และก้าวไปข้างหน้าในเส้นทางอาชีพการงานอย่างมั่นคงและยั่งยืนอีกด้วยที่มา : https://www.starfishlabz.com

อ่านเพิ่มเติม

31 สิงหาคม 2569

7 วิธีรักษา Productivity ให้คงอยู่เสมอ ไม่ว่าจะทำงานหรือใช้ชีวิต

ในโลกที่ทุกอย่างเร่งรีบ การรักษาProductivityหรือประสิทธิภาพในการทำงานไม่ใช่แค่การทำงานให้เสร็จเร็วขึ้น แต่คือการจัดการเวลา พลังงาน และสมาธิอย่างชาญฉลาด เพื่อให้เราบรรลุเป้าหมายได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะในชีวิตการทำงานหรือชีวิตส่วนตัว หากคุณรู้สึกว่าไฟในการทำงานเริ่มมอดลง หรือกำลังมองหาวิธีที่จะคงความProductiveไว้ได้เสมอบทความนี้มี7 วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณรักษาประสิทธิภาพได้อย่างยั่งยืน1.เริ่มต้นวันใหม่ด้วยกิจวัตร (Morning Routine)ที่ใช่การเริ่มต้นวันใหม่ที่ดีจะส่งผลต่อProductivityของทั้งวัน ลองใช้เวลา15-30 นาทีในตอนเช้าเพื่อทำสิ่งที่เติมพลังให้กับตัวเอง เช่น การทำสมาธิ ออกกำลังกายเบาๆ อ่านหนังสือ หรือเขียนบันทึกประจำวัน กิจวัตรเหล่านี้จะช่วยให้คุณมีสมาธิและเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจก่อนเริ่มภารกิจต่างๆ ของวัน2.ใช้หลักการ "2นาที" เพื่อลดการผัดวันประกันพรุ่งเมื่อเจอภารกิจที่ใช้เวลาไม่นาน ให้ลองใช้กฎ"2นาที"หากงานนั้นใช้เวลาทำไม่เกิน2 นาที ให้รีบทำทันทีโดยไม่ลังเล เช่น ตอบอีเมลสั้นๆ จัดโต๊ะทำงาน หรือเคลียร์เอกสารเล็กๆ น้อยๆ การทำเช่นนี้จะช่วยลดภาระงานที่สะสม และสร้างความรู้สึกสำเร็จเล็กๆ ที่เป็นแรงผลักดันให้คุณอยากทำงานต่อไป3.แบ่งงานใหญ่ให้เป็นงานย่อยที่จัดการได้ภารกิจที่ดูใหญ่และซับซ้อนมักทำให้เรารู้สึกท้อแท้และเริ่มต้นได้ยาก ลองแบ่งงานเหล่านั้นออกเป็นส่วนย่อยๆ ที่เล็กลงและจัดการได้ง่ายขึ้น เช่น หากต้องทำรายงานทั้งเล่ม ให้แบ่งเป็น "ค้นคว้าข้อมูล", "ร่างโครงสร้าง", "เขียนบทนำ", "จัดทำกราฟ" การทำเช่นนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมและสามารถเริ่มต้นลงมือทำทีละขั้นตอนได้อย่างเป็นระบบ4.สร้างสมดุลด้วยการพักเบรกสั้นๆ อย่างสม่ำเสมอการทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจทำให้สมองล้าและProductivityลดลง ลองใช้หลักการ"Pomodoro Technique"ที่เป็นการทำงาน25 นาทีสลับกับการพักเบรก5 นาที การพักเบรกสั้นๆ นี้จะช่วยให้สมองได้พัก ฟื้นฟูสมาธิ และกลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ การลุกขึ้นไปยืดเส้นยืดสาย หรือเดินไปดื่มน้ำ จะช่วยให้ร่างกายได้ผ่อนคลายด้วยเช่นกัน5.ลดสิ่งรบกวนให้เหลือน้อยที่สุดสิ่งรบกวนรอบตัว เช่น การแจ้งเตือนจากโซเชียลมีเดีย, อีเมล, หรือเสียงโทรศัพท์ สามารถดึงสมาธิของคุณออกจากงานได้ ลองจัดพื้นที่ทำงานให้เป็นระเบียบ ปิดการแจ้งเตือนที่ไม่จำเป็น และแจ้งให้คนรอบข้างทราบว่าคุณต้องการสมาธิในการทำงาน สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงานจะช่วยให้คุณโฟกัสกับงานตรงหน้าได้อย่างเต็มที่6.ทบทวนและวางแผนอยู่เสมอการจะคงความProductiveไว้ได้ คุณต้องรู้ว่ากำลังทำอะไรและจะไปในทิศทางไหน ลองใช้เวลาในตอนเย็นหรือตอนเช้าเพื่อทบทวนงานที่ทำไปแล้วในแต่ละวันและวางแผนงานสำหรับวันถัดไปการทำเช่นนี้จะช่วยให้คุณเห็นความคืบหน้าและสามารถจัดลำดับความสำคัญของงานได้อย่างเหมาะสม ทำให้คุณมั่นใจว่าทุกอย่างที่ทำกำลังเดินหน้าไปสู่เป้าหมายที่วางไว้7.รู้จักขีดจำกัดและดูแลตัวเองProductivityไม่ใช่การทำงานหนักตลอดเวลา แต่คือการทำงานอย่างฉลาด การจะรักษาประสิทธิภาพไว้ได้ในระยะยาว คุณต้องรู้จักขีดจำกัดของตัวเอง หากรู้สึกว่าเหนื่อยล้าทางกายหรือใจ อย่าลังเลที่จะหยุดพัก การดูแลตัวเองด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ, รับประทานอาหารที่มีประโยชน์, และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้คุณมีพลังงานและแรงบันดาลใจในการทำงานได้อย่างต่อเนื่องการเป็นคนที่Productiveไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่เกิดจากการสร้างนิสัยที่ดีและการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ ลองนำวิธีเหล่านี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้คุณสามารถจัดการงานและใช้ชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุขในทุกๆ วันที่มา: https://www.ezyhr.com

อ่านเพิ่มเติม

27 สิงหาคม 2569

10 แนวคิดและตัวอย่างที่ช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานที่คัดมาไว้เพื่อคุณ

การเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเป็นปัญหาสำหรับหลายๆ บริษัท อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงประสิทธิภาพอย่างแท้จริงนั้นต้องอาศัยทั้งเวลาและแรงงาน คุณสามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานได้จากอินเทอร์เน็ต แต่เคยไหม ไม่ว่าจะทำตามวิธีการที่หามาได้เท่าไหร่ ผลลัพธ์ก็ออกมาไม่เป็นอย่างที่คาดหวังแน่นอนว่าการศึกษาวิธีการตั้งแต่ระดับพื้นฐานนั้นมีประโยชน์ก็จริง แต่สิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือการอ้างอิงจากแนวคิดและตัวอย่างที่เคยถูกนำไปปฎิบัติและได้ผลจริง ดังนั้นเราขอแนะนำเคล็ดลับสำหรับการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานด้วยตัวอย่างที่สามารถนำไปใช้ได้จริงให้กับคุณ10แนวคิดและตัวอย่างที่ช่วยในการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน ที่คัดมาไว้เพื่อคุณ1.ตัดงานที่ไม่จำเป็นทิ้ง“การกำจัดงานที่ไม่มีประโยชน์” เป็นจุดแรกที่ต้องพิจารณาหากคุณคิดที่จะปรับปรุงวิธีการทำงานตัวอย่างเช่น เวลาคุณจัดทำเอกสารที่ไม่จำเป็นสำหรับใช้ในการประชุม นั่นถือว่าเป็นการเสียเวลาใช่ไหมดังนั้นกุญแจสำคัญในการตัดงานที่ไม่จำเป็นทิ้งก็คือ คุณควรพิจารณาก่อนว่าเอกสารหรือสิ่งที่คุณกำลังจะเตรียมอยู่นี้ “จะถูกนำไปใช้งานจริงๆหรือไม่” และ “จะถูกนำไปใช้เพื่ออะไร” หรือ “สิ่งนั้นมีความเกี่ยวข้อกับงานที่คุณทำในปัจจุบันหรือไม่”2.จัดลำดับความสำคัญของงานหลังจากตัดงานที่ไม่จำเป็นออกไปแล้ว ต่อไปจะเป็นการลำดับความสำคัญของงานที่เหลือยกตัวอย่างเช่น หากคุณมีงานอยู่2 ประเภท คือ งานที่ต้องใช้เวลามากกับงานที่ใช้เวลาน้อย ให้คุณเลือกทำงานที่ต้องใช้เวลามากก่อน และเก็บงานที่ใช้เวลาน้อยไว้ทำทีหลัง เพราะหากคุณเลือกที่จะทำแต่งานที่ใช้เวลาน้อยก่อน สุดท้ายก็อาจทำงานที่ต้องใช้เวลามากไม่เสร็จตามกำหนดเมื่อจัดลำดับความสำคัญของงานได้แล้ว ให้กำหนดตารางเวลาสำหรับงานแต่ละชิ้น เช่น ระบุรายละเอียดว่า “จะทำงานอะไร ตั้งแต่เวลากี่โมงถึงกี่โมง” เมื่อคุณคุ้นเคยกับการจัดตารางเวลาแล้ว คุณจะสามารถคำนวณได้ว่างานแต่ละชิ้นต้องใช้เวลามากน้อยเพียงใด3.เปลี่ยนงานให้เป็นกระบวนการอัตโนมัติเมื่อดูจากเนื้อหาของงานแล้ว อาจมีงานที่ต้องทำแบบเดิมซ้ำๆทุกวันลักษณะของงานดังกล่าวมักจะเรียบง่าย แต่ปริมาณเยอะ และบ่อยครั้งที่มีผู้รับผิดชอบงานเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เข้าใจวิธีการทำงานชิ้นนี้ ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงอย่างยิ่งที่งานจะหยุดชะงัก หากบุคคลที่รับผิดชอบงานไม่อยู่เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหานี้เกิดขึ้น คุณควรเปลี่ยนกระบวนการของงานที่ต้องทำซ้ำๆ มาเป็นกระบวนการอัตโนมัติ เช่น จัดการงานต่างๆบนExcelอีเมล และWordsโดยใช้มาโคร เพื่อจัดการกับงานให้สำเร็จด้วยการกดเพียงปุ่มเดียว ซึ่งกระบวนการนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของคุณได้ทันที4.สร้างคู่มือการทำงานการสร้างคู่มือไว้เพื่ออธิบายวิธีการ หรือขั้นตอนการทำงาน สามารถช่วยให้พนักงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ลดความยุ่งยากและประหยัดเวลาที่อาจต้องใช้เพื่อสอบถามบุคคลอื่น โดยรวมการมีคู่มือไว้ใช้จึงสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างโดยตรงซึ่งหลักการในการสร้างคู่มือ สิ่งแรกที่ควรคำนึงถึง คือ ผู้อ่านต้องสามารถเข้าใจเนื้อหาคู่มือได้ง่ายๆ โดยผู้สร้างคู่มืออาจใช้ข้อความ ประกอบกับ รูปภาพ และตาราง เข้ามาไว้เพื่ออธิบายงานในคู่มือ เป็นต้น5.สร้างแผนผังการทำงาน“คู่มือการทำงาน” คือ เอกสารที่ใช้อธิบายเกี่ยวกับเนื้อหาการทำงานในแต่ละขั้นตอน ส่วน “แผนผัง (Flowchart)” คือ การอธิบายภาพรวมของการทำงานว่าใน 1วัน มีอะไรที่คุณจะต้องทำบ้างการสร้างแผนผังเพื่อใช้แสดงขั้นตอนการทำงานอย่างละเอียดและชัดเจนนั้น จะทำให้ประสิทธิภาพของการทำงานดีขึ้นอย่างไรก็ตาม หากคุณเข้าใจภาพรวมของงาน แต่ไม่เข้าใจเนื้อหาขั้นตอนของงานที่คุณทำ หรือ ต่อให้คุณเข้าใจเนื้อหาการทำงานแต่ละขั้นตอนเป็นอย่างดี แต่หากคุณไม่เข้าใจภาพรวมของงานทั้งหมด คุณก็ไม่สามารถปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพได้เช่นกัน ดังนั้นการสร้างคู่มือการทำงานควบคู่ไปกับการจัดทำแผนผังการทำงานจะทำให้คุณได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด6.ใช้ฐานข้อมูลให้เป็นประโยชน์ฐานข้อมูล คือ ระบบที่รวบรวมสะสมข้อมูลของบริษัท ซึ่งคุณสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถทราบข้อมูลเกี่ยวกับการจับจ่ายใช้สอยของลูกค้า รวมไปถึงข้อมูลสินค้าคงคลังของผลิตภัณฑ์จากการตรวจสอบฐานข้อมูลที่บริษัทบันทึกไว้นอกจากนั้น หากคุณสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลที่ถูกบันทึกจากสถานกาณ์จริงอย่างละเอียด เช่น คำถามที่ได้รับจากลูกค้า คำตอบที่ให้กับลูกค้า ความคิดเห็นของลูกค้า วิธีรับมือกับปัญหา ผลการตอบแบบสอบถาม ฯลฯ คุณจะสามารถจัดการกับเรื่องต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นกันอีกหนึ่งวิธีก็คือ คุณสามารถรวบรวมและแชร์ข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับคำถามและคำตอบที่พบบ่อยบนหน้าเว็บไซต์ของคุณ เพื่อลดเวลาในการตอบคำถามซ้ำๆกับลูกค้า7.แบ่งงานออกเป็นส่วนๆในเวลาที่งานเข้ามาพร้อมกันทีละมากๆ “ซะมิดะเระ” คือ วิธีจัดการและรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว เช่น หากคุณจัดทำเอกสารขึ้นมา50ชุด แล้วส่งต่อไปยังผู้รับผิดชอบอีกคนเพื่อดำเนินการต่อ การที่ผู้รับผิดชอบคนดังกล่าวต้องตรวจสอบเอกสารทั้ง50ชุด อีกครั้ง เป็นการใช้ทั้งแรงและเวลาอย่างมากดังนั้น หากลองเปลี่ยนวิธีมาเป็นการส่งเอกสารครั้งละ10ชุด จำนวน5ครั้ง ทั้งคุณและผู้รับผิดชอบคนถัดไปจะสามารถลดปริมาณงานและภาระที่ต้องดำเนินการในแต่ละครั้งลงได้อย่างมาก8.เปลี่ยนผู้รับผิดชอบงานมนุษย์เรามีจุดแข็งและจุดอ่อนไม่เหมือนกัน บางครั้งคุณต้องทำงานที่คุณไม่ถนัดเอาเสียเลย ซึ่งหากเป็นไปได้ คุณอาจจะต้องลองปรึกษาหัวหน้างานเพื่อพิจารณาเปลี่ยนผู้รับผิดชอบงานนั้นๆดู กรณีนี้ ฝ่ายบุคคลจะต้องพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ของพนักงาน และนำไปปรึกษาหัวหน้างานเพื่อพิจารณาปรับเปลี่ยนผู้รับผิดชอบงานนั้นๆ วิธีนี้ก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้เช่นกันยกตัวอย่างเช่น แทนที่หัวหน้าจะมอบหมายให้พนักงานที่เก่งภาษาอังกฤษไปอยู่ฝ่ายขายหรือฝ่ายจัดการทั่วไป หัวหน้าควรจะมอบหน้าที่ในแผนกต่างประเทศให้กับพนักงานคนดังกล่าว เพราะการมอบหมายงานที่เหมาะกับความสามารถของพนักงานนั้น จะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น9.เพิ่มความเร็วในการทำงานการเพิ่มความเร็วในการทำงานจะทำให้ประสิทธิภาพของการทำงานเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ลักษณะของคนที่ทำงานเร็ว คือ สามารถดำเนินงานแต่ละอย่างได้รวดเร็ว เนื่องจากสมองคิดไวและ สามารถเชื่อมโยงสิ่งต่างๆได้อย่างรวดเร็วอย่างไรก็ตาม หากการทำงานด้วยความรวดเร็วนำมาซึ่งข้อผิดพลาดมากมาย คุณก็จะต้องเสียเวลาไปกับการแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น ส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพน้อยลงดังนั้น อย่าลืมว่าการทำงานให้เสร็จอย่างรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญก็จริง แต่คุณจะต้องพัฒนาทักษะของตัวคุณเองควบคู่ไปด้วย ตัวอย่างเช่น หากคุณต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการทำงาน คุณควรจะเพิ่มทักษะในการพิมพ์แบบสัมผัสเพื่อเพิ่มความเร็วในการพิมพ์ หรือ หากงานของคุณต้องใช้ภาษาอังกฤษ คุณควรจะเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมด้วย การเพิ่มทักษะในการทำงาน จะช่วยให้ประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน10.ปฏิบัติตามแนวคิดแบบผสมผสานหากคุณผสมผสานแนวคิดที่คุณเรียนรู้มาและนำไปปฏิบัติร่วมกัน เช่น “สร้างคู่มือการทำงาน” และ “สร้างแผนผังการทำงาน” ไปพร้อมๆกัน ไม่เพียงแต่คุณจะเข้าใจเนื้อหาของงานมากขึ้นแล้ว คุณจะเข้าใจภาพรวมของงานทั้งหมดได้ดีขึ้น และสิ่งต่างๆเหล่านี้จะส่งผลไปถึง “การทำงานที่เร็วขึ้น” อีกด้วยอย่างไรก็ตาม คุณไม่ควรนำแนวคิดทุกอย่างที่คุณรู้มาปฏิบัติพร้อมกันในครั้งเดียว เพราะแนวคิดต่างๆนั้นมีทั้งสิ่งที่ปฏิบัติร่วมกันได้และไม่ได้ แนวคิดที่ไม่สามารถนำมาใช้ร่วมกันได้ สามารถส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานของคุณลดลง ดังนั้นคุณควรพิจารณาให้ดีก่อนตัดสินใจดำเนินการใดๆประเด็นสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ได้ผลวิธีเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานนั้นมีมากมาย แต่การปฏิบัติตามแนวคิดเหล่านั้นอย่างเดียวอาจไม่ได้ผลมากนัก สิ่งสำคัญก็คือคุณควรนำแนวคิดไปใช้ให้ตรงจุดการทดลองปฏิบัติตามแนวคิดต่างๆ สิ่งที่ควรทำมีดังนี้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่ต้องการปรับปรุงตัดสินใจว่า “ต้องการปรับปรุงเรื่องใดเพื่อจุดประสงค์ใดบ้าง” เช่น สร้างคู่มือการทำงานเพื่อให้คุณภาพการทำงานเป็นมาตรฐานเดียวกันวิธีนี้จะช่วยให้คุณเห็นว่าควรเริ่มดำเนินการจากสิ่งใดก่อนตัดงานประจำวันที่ไม่มีประโยชน์ออกไปควรแจกแจงงานที่คุณทำเป็นประจำในแต่ละชั่วโมงออกมา โดยระบุว่าเริ่มทำตั้งแต่กี่โมงถึงกี่โมง และใครต้องทำงานอะไรบ้างวิธีนี้จะทำให้คุณเห็นว่า ในขณะเดียวกันนั้นมีใครบ้างที่ทำงานแบบเดียวกันหรือทำงานที่ไม่จำเป็นอยู่ ซึ่งจะทำให้คุณรู้ว่าควรตัดงานส่วนใดออกไปหางานซ้ำซ้อนที่สามารถทำร่วมกันได้งานบางอย่างสามารถทำร่วมกันได้ เช่น หากคนในแผนกอื่นมีงานที่ใกล้เคียงหรือซ้ำซ้อนกับงานของคุณ ให้ตัดสินใจร่วมกันในการให้คนใดคนหนึ่งทำงานนั้นๆแค่คนเดียวใช้คู่มือการทำงานเพื่อยกระดับคุณภาพการทำงานให้เป็นมาตรฐานเดียวกันรักษาคุณภาพงานให้มีมาตรฐานเดียวกัน ด้วยการใช้คู่มือการทำงานให้พนักงานทำงานได้เหมือนๆ กันข้อควรระวังหากนำแนวคิดเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานมาใช้สิ่งสำคัญคือการหาวิธีปรับปรุงการดำเนินการต่างๆตามแนวคิดและตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตามหากคุณมุ่งเน้นในการพัฒนามากเกินไปอาจส่งผลในทางตรงข้าม ฉะนั้นหากคุณจะยึดแนวทางปฏิบัติและตัวอย่างการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน ข้อควรระวังมีดังนี้ไม่ควรปฏิบัติตามแนวคิดเกี่ยวกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานทั้งหมดในทันทีจริงอยู่ว่าปัจจุบัน มีแนวคิดและตัวอย่างมากมายเกี่ยวกับการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้น แต่อย่าคิดที่จะปฏิบัติตามวิธีการทุกอย่างในทันที เพราะนั่นไม่หมายความว่าผลลัพธ์จะต้องออกมาดีเสมอไปการปฏิบัติตามแนวคิดเพียงอย่างเดียวแต่ทำเต็มที่ได้ 100เปอร์เซ็นต์ย่อมให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการปฏิบัติตามแนวคิดทั้งหมด แต่ทำได้เพียง10เปอร์เซ็นต์ของแต่ละแนวคิด ฉะนั้นหากคุณเลือกจะปฏิบัติตามแนวคิดทุกวิธีไปพร้อมๆกัน ในที่สุดคุณก็ทำได้เพียงครึ่งๆกลางๆและสุดท้ายก็อาจจะไม่ได้พัฒนาอะไรเลยสิ่งสำคัญคือการวางแผนตามความสถานการณ์จริงเพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถของพนักงาน และหมั่นตรวจสอบว่าพนักงานสามารถปฏิบัติตามแผนการพัฒนาที่วางไว้ได้จริงหรือไม่เรียนรู้จากข้อผิดพลาดและนำมาแก้ไขการทำงานย่อมมีการผิดพลาดเสมอ สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวข้อผิดพลาดเอง แต่อยู่ที่การรับมือจัดการกับข้อผิดพลาดนั้นๆสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งเลยคือการไม่รายงานข้อผิดพลาดกับหัวหน้าของคุณ จริงอยู่บางครั้งคนเราทำอะไรผิดพลาดก็ไม่อยากบอกให้ผู้อื่นทราบ แต่หากข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขและยังเกิดขึ้นอีกซ้ำๆ นั่นไม่เพียงแต่จะทำให้งานล่าช้า แต่อาจส่งผลให้บริษัทเกิดความเสียหายได้ก่อนอื่น ให้รายงานความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมา เช่น “ปัญหาคืออะไร” และ “สาเหตุของปัญหาคืออะไร” และหาวิธีจัดการกับความผิดพลาดนั้น นอกจากนี้คุณควรแบ่งปันข้อมูลของปัญหาและวิธีการจัดการกับปัญหาให้พนักงานคนอื่นๆทราบเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์เดิมเกิดขึ้นซ้ำอีกสรุปปัจจุบันแนวคิดการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานได้ถูกนำมาปฏิบัติกันอย่างแพร่หลาย แต่สิ่งสำคัญคือการเลือกแนวคิดและวิธีการปรับปรุงที่เหมาะสมกับบุคลากรในองค์กรของคุณที่มา: https://teachme-biz.com/th/blog/manual-efficiency-idea10/

อ่านเพิ่มเติม

ข่าว

25 เมษายน 2566

ประกาศแจ้งเตือนจากบริษัทในกลุ่มอมตะ

18 เมษายน 2566

สมัครงานยังไง ?...ให้ได้งาน พบกับ 10 เทคนิคดีๆ ที่ควรรู้ !!

บทความ

30 มิถุนายน 2569

เคล็ดลับในลงประกาศหางานให้ได้คนที่ตรงเป้าหมาย

15 มิถุนายน 2569

7 เทรนด์การทำงาน ที่มาแน่ในปี 2026!

13 พฤษภาคม 2569

งานวิจัยชี้ ใช้ AI มากเกินไปเสี่ยงทำพนักงาน ‘สมองล้า’ เกิดภาวะ Brain Fry

27 เมษายน 2569

ข้อคิดสร้างแรงบันดาลใจ เติมแรงจูงใจในการทำงานให้ไม่หมดไฟ

22 เมษายน 2569

เปลี่ยนงานยังไงให้ปัง! เทคนิคการเจรจาต่อรองเงินเดือนสำหรับปี 2026

08 เมษายน 2569

ไม่มีประสบการณ์ตรง ไม่ใช่ทางตัน เคล็ดลับเปลี่ยนสายงานให้รุ่งด้วย Passion

04 มีนาคม 2569

อันตราย! 6 ข้อผิดพลาดในการเขียนอีเมล ที่อาจทำให้โดนมองแรงว่าไร้มารยาท

20 มกราคม 2569

7 เทคนิคต่อรองเงินเดือน คุยยังไงให้ได้งาน และได้เงินที่คู่ควร

16 มกราคม 2569

Workplace Happiness วิธีสร้างความสุขในการทำงานให้ยั่งยืน

12 มกราคม 2569

5 เทรนด์เขย่าวัฒนธรรมออฟฟิศปี 2026 โลกการทำงานจะไม่เหมือนเดิม

22 ธันวาคม 2568

สำรวจ 10 อาชีพมาแรงในอนาคต 2030 ที่ตลาดแรงงานต้องการตัว

19 ธันวาคม 2568

เปลี่ยนงานบ่อย ดีจริงไหม? 58% วัยทำงาน Gen Z เปลี่ยนงานใหม่ในห้าปี

15 ธันวาคม 2568

AI อาจทำ 5 อาชีพเสี่ยงหายไปในอีก 20 ปี ทั้งแคชเชียร์ คนขับรถ นักข่าว

04 ธันวาคม 2568

7 เทรนด์การทำงานปี 2026 ที่ทุกองค์กรต้องเตรียมรับมือ

17 พฤศจิกายน 2568

พนักงานแบบไหนที่ผู้ประกอบการต้องการตัว

13 พฤศจิกายน 2568

เมื่องานมากขึ้นขอขึ้นเงินเดือนได้ไหม คำถามคาใจที่พนักงานสงสัย

21 ตุลาคม 2568

10 คำถามสัมภาษณ์งานยอดฮิตและวิธีตอบให้ประทับใจ

10 ตุลาคม 2568

บุคลิกภาพกับการเลือกอาชีพ

11 กันยายน 2568

เปิดลิสต์ 6 ทักษะดิจิทัล ที่คนทำงานต้องมีในปี 2026 ถ้าไม่อยาก “ตกรุ่น” ห้ามพลาด!

02 กันยายน 2568

7 เทคนิคสัมภาษณ์งานอย่างไรให้ได้งาน

29 สิงหาคม 2568

The Future-Ready Executive: เตรียมพร้อมผู้นำสู่ปี 2026

18 สิงหาคม 2568

ไขความลับ AI ยิ่งใช้ยิ่งฉลาด ไม่ขาด Critical Thinking

13 สิงหาคม 2568

ปีแห่งการปรับตัวของมนุษย์ สำรวจเทรนด์ทำงานน่าจับตาประจำปี 2025

04 สิงหาคม 2568

ตลาดแรงงานไทยฟื้นตัว องค์กร 53% จ่อจ้างงานเพิ่ม แต่เทรนด์ ‘จ้างงานยืดหยุ่น’ มาแรง Part-time พุ่งเท่าตัว สะท้อนการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่

29 กรกฎาคม 2568

เขียนประสบการณ์ทำงาน (Work Experience) ลงในเรซูเม่ให้ได้เปรียบคนอื่น

10 มิถุนายน 2568

10 คำถามสัมภาษณ์งานยอดฮิตและวิธีตอบให้ประทับใจ

28 พฤษภาคม 2568

เจาะลึกบุคลิก ‘Ambivert’ คนที่ทั้งเก็บตัวและเปิดเผย ผู้นำที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลกธุรกิจยุคใหม่

21 พฤษภาคม 2568

คนเก่งยุคใหม่ ต้องมี ‘Human Skills’ เพราะ LinkedIn เผย ‘ไกล่เกลี่ย’ คือทักษะที่ตลาดต้องการในปี 2025

13 พฤษภาคม 2568

คนรุ่นใหม่ใช้ AI ช่วยสมัครงาน-เขียนเรซูเม่-ฝึกซ้อมสัมภาษณ์งาน

07 พฤษภาคม 2568

สำรวจ Future of Work ปี 2025 เมื่อ AI มาแรง – ต้องแย่งชิง Talent – ความยืดหยุ่นในการทำงานเพิ่มขึ้น

28 เมษายน 2568

8 ทักษะความเป็นผู้นำที่สำคัญในปี 2025

21 เมษายน 2568

9 คำถามสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์ทีไรเจอแน่นอน ตอบยังไงไปดูกัน

17 เมษายน 2568

The Future of Jobs 2025 ชี้ทักษะแห่งอนาคต พร้อมแนะกลยุทธ์สร้างมนุษย์แห่งอนาคต (Future Human) สำหรับประเทศไทย

08 เมษายน 2568

กลยุทธ์คนทำงาน เงินพุ่ง งานรุ่ง ใครก็แทนไม่ได้

01 เมษายน 2568

ฉายทิศทางตลาดงานปี 2025 งานไหนมาแรง เตรียมตัวอย่างไรไม่ให้เป็นคนตกงาน

25 มีนาคม 2568

เขียนประสบการณ์ทำงาน (Work Experience) ลงในเรซูเม่ให้ได้เปรียบคนอื่น

17 มีนาคม 2568

7 แนวคิดของการทำงานยุคใหม่ให้มีประสิทธิภาพ

12 มีนาคม 2568

7 เทรนด์การทำงานน่าติดตามที่จะมาเปลี่ยนชีวิตการทำงาน ปี 2025

14 มกราคม 2568

10 อันดับอาชีพมาแรงพร้อมฐานเงินเดือนสูงในปี 2025

07 มกราคม 2568

เจาะลึก...งานประจำกับฟรีแลนซ์..ต่างกันตรงไหน..แบบไหนที่ใช่..มากที่สุด

16 ธันวาคม 2567

20 เทรนด์อาชีพมาแรงในอนาคต ปี 2025-2029

04 ธันวาคม 2567

14 คำแนะนำดีๆ สำหรับคนเริ่มต้นหางาน ให้ได้งานที่ใช่

26 พฤศจิกายน 2567

รู้จัก 4 รูปแบบหลักในการสัมภาษณ์งานของผู้สมัคร

15 พฤศจิกายน 2567

เขียนประสบการณ์ทำงาน (Work Experience) ลงในเรซูเม่ ให้ได้เปรียบคนอื่น

26 กันยายน 2567

14 เครื่องมือ AI ที่ชาวออฟฟิศต้องมี ช่วยให้ทำงานง่ายสบายกว่าเดิม

16 กันยายน 2567

รู้จักกับ RESUME, CV และ PORTFOLIO พร้อมเคล็ดลับการสร้างสรรค์ให้โดนใจ HR

10 กันยายน 2567

โลกในปี 2025 จะเป็นอย่างไร 10 เมกะเทรนด์เปลี่ยนโลกที่ต้องจับตา

04 กันยายน 2567

ทักษะ "Soft Skills" ที่จําเป็นต้องพัฒนาสู่ปี 2025 จากมุมมองของนักการตลาด

29 สิงหาคม 2567

"10 อันดับ" อาชีพอินเทรนด์ในปี 2567 มีแนวโน้มเติบโต..ไม่จม..ไม่หาย..แถมทำรายได้ดี !

07 พฤษภาคม 2567

ึึ7 เทรนด์ขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีที่องค์กรทั่วโลกต้องกลับมาทบทวนเพื่อประยุกต์ใช้ในปี 2567

22 กุมภาพันธ์ 2567

วิธีรับมือ 7 คำถาม “สัมภาษณ์งาน” ที่คนสมัครงานมักจะต้องเจอ

22 กุมภาพันธ์ 2567

อัปเดต 5 เทรนด์การทำงานประจำปี 2024

18 เมษายน 2566

ส่องเทรนด์อาชีพปี 66 พบ 14 อาชีพรุ่ง-5 อาชีพร่วง

18 เมษายน 2566

“แค๊บหมู” ทำกินเองได้ ทำขายรายได้ดี

กิจกรรม

04 เมษายน 2568

อมตะซิตี้ ระยอง ร่วมกิจกรรมจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง

31 มีนาคม 2568

อมตะจับมือซูมิโตโม รับเบอร์ ชวนพนักงานร่วมเป็นฮีโร่ กับโครงการ “100 ล้านซีซี โลหิตชาวอมตะเพื่อสภากาชาดไทย”

25 มีนาคม 2568

อมตะซิตี้ ชลบุรี ร่วมกับสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี จัดกิจกรรม Eco Green Network ประจำปี 2568
ติดต่อเรา
บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)
  • 700 บางนา-ตราด กม. 57 อ.เมือง จ.ชลบุรี 20000
  • 03 893 9007
บริษัท อมตะซิตี้ ระยอง จำกัด
  • 7 ทางหลวงหมายเลข 331 กม. 39 อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 20230
  • 03 849 7007
ข้อมูลติดต่อ
  • amatajobsonline@amata.com
ช่องทางการติดตาม