ข่าวสารและบทความ

ข่าวล่าสุด

13 พฤษภาคม 2569

งานวิจัยชี้ ใช้ AI มากเกินไปเสี่ยงทำพนักงาน ‘สมองล้า’ เกิดภาวะ Brain Fry

หลายครั้งที่AI ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือที่จะช่วยลดภาระงานและแบ่งเบาการทำงานของพนักงาน ทำให้มีเวลาไปคิดเชิงกลยุทธ์มากขึ้น และการนำAI มาใช้ยังถูกคาดหวังว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและทำให้งานเสร็จได้รวดเร็ว แต่งานวิจัยล่าสุดกลับพบว่า ความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นเสมอไปสะท้อนจากการศึกษาของBoston Consulting Group (BCG) พบว่า พนักงานที่ต้องคอยดูแลหรือจัดการAI agent หลายตัว ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์อัตโนมัติที่ออกแบบมาให้ทำงานแทนมนุษย์ ไม่ได้เป็นเพียงแชตบอตตอบคำถาม มักเกิดอาการทางจิตใจแบบเฉียบพลัน หลังจากผู้เข้าร่วมการทดลองบางรายอธิบายว่ารู้สึกเหมือนมีเสียงฟุ้งในหัว ทำให้เหนื่อยล้าและมีสมาธิลดลงโดยนักวิจัยเรียกอาการนี้ว่า ‘AI Brain Fry’ หรือความเหนื่อยล้าทางสมองจากการใช้เครื่องมือ AI มากเกินกว่าที่สมองมนุษย์จะรับมือได้งานวิจัยที่เผยแพร่ในHarvard Business Reviewยังรายงานว่า แทนที่AI จะช่วยให้พนักงานมีเวลามากขึ้น หลายคนกลับต้องใช้เวลาไปกับการจัดการและสลับงานจากระบบAI หลายตัว ส่งผลให้งานมีความซับซ้อนมากขึ้น นอกจากนี้ ความเครียดทางจิตใจจากการใช้AI ยังมีต้นทุนแฝง เช่น ความผิดพลาดในการทำงานที่เพิ่มขึ้นจากภาวะความเหนื่อยล้าจากการตัดสินใจ ไปจนถึงความคิดอยากลาออกจากงานพนักงานบางคนอธิบายประสบการณ์ดังกล่าวว่าเหมือนมีแท็บในสมองเปิดพร้อมกันหลายแท็บ ยกตัวอย่าง ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมระดับอาวุโสรายหนึ่งเล่าว่า การต้องดูแลระบบAI หลายตัวทำให้รู้สึกเหมือนมีแท็บเบราว์เซอร์เปิดอยู่ในหัวเป็นสิบแท็บ เขาเริ่มอ่านข้อความเดิมซ้ำๆ ตั้งคำถามกับตัวเองมากกว่าปกติ และหงุดหงิดง่ายขึ้น ราวกับมีสัญญาณรบกวนอยู่ในความคิดตลอดเวลาอีกทั้งนักวิจัยยังเปรียบเทียบสถานการณ์นี้กับประสบการณ์ของคนรุ่นมิลเลนเนียลในช่วงปลายทศวรรษ 1990 ที่ต้องคอยดูแลTamagotchi สัตว์เลี้ยงดิจิทัลยอดนิยมในยุคนั้น ซึ่งต้องคอยตรวจสอบและตอบสนองตลอดเวลาขณะเดียวกัน งานวิจัยก่อนหน้าของHarvard Business Review ยังชี้ให้เห็นอีกปัญหาหนึ่งที่เรียกว่า Workslop หมายถึงเอกสารหรือเนื้อหาที่AI สร้างขึ้นแต่มีคุณภาพต่ำ เช่น บันทึกภายในองค์กร สไลด์นำเสนอ หรือเอกสารเสนอแผนงาน ส่งผลให้เพื่อนร่วมงานต้องเสียเวลามาแก้ไขข้อผิดพลาดของAI เพิ่มขึ้นด้านGabriella Rosen Kellerman จิตแพทย์และผู้ร่วมเขียนรายงาน อธิบายว่าWorkslop สะท้อนภาวะที่เรียกว่าcognitive surrender หรือการยอมจำนนทางความคิด ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อพนักงานเริ่มขาดแรงจูงใจและปล่อยให้AI ทำงานแทนโดยแทบไม่ตรวจสอบผลลัพธ์ ตรงกันข้ามกับภาวะBrain Fry ที่เกิดจากการพยายามควบคุมหรือแข่งขันกับAI มากเกินไปแม้แต่ผู้บริหารในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีเองก็เผชิญปัญหานี้เช่นกัน Francesco Bonacci ซีอีโอของบริษัทCua AI เรียกอาการเหนื่อยล้าจากการทำงานกับAI ว่าvibe coding paralysis ซึ่งเกี่ยวข้องกับเทรนด์ในซิลิคอนแวลลีย์ที่นักพัฒนาใช้AI ช่วยเขียนโค้ดอย่างรวดเร็วแทนการเขียนเองพร้อมยังโพสต์บนแพลตฟอร์มX ว่า ความเหนื่อยล้าไม่ได้มาจากตัวงาน แต่เกิดจากการต้องคอยจัดการงานจำนวนมากพร้อมกัน เช่น โปรเจกต์โค้ดหลายโปรเจกต์ ฟีเจอร์ที่ยังพัฒนาไม่เสร็จ และงานแก้ไขเล็กๆ ที่สะสมจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ด้านMatthew Kropp ผู้อำนวยการของBoston Consulting Group และผู้ร่วมเขียนงานวิจัย เปรียบเทียบว่า การจัดการAI หลายตัวเหมือนคนที่เพิ่งหัดขับรถแต่ถูกให้ขับเฟอรารี่ แม้จะสามารถวิ่งได้เร็ว แต่ก็ยากต่อการควบคุม ซึ่งมองว่าปัญหานี้อาจเป็นเพียงช่วงเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีใหม่แม้แต่นักพัฒนาAI เองก็ยังเผชิญความผิดพลาด เช่น กรณีที่ผู้อำนวยการฝ่ายความปลอดภัยAI ของMeta เปิดเผยว่าเธอต้องรีบวิ่งไปหยุดเครื่อง Mac mini ของตัวเอง หลังบอตAI เกือบลบอีเมลทั้งหมดในกล่องจดหมายโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเปรียบเหตุการณ์ดังกล่าวว่าเหมือนกำลังปลดชนวนระเบิดอย่างไรก็ตาม นักวิจัยย้ำว่าอาการBrain Fry แตกต่างจากภาวะBurnout ซึ่งเป็นความเครียดสะสมระยะยาวจากการทำงาน โดยBrain Fry เป็นอาการเฉียบพลันที่เกิดขึ้นชั่วคราว และจะเริ่มดีขึ้นหลังจากได้พักผ่อนที่มา: https://thestandard.co/ai-brain-fry-employee-fatigue/

อ่านเพิ่มเติม

27 เมษายน 2569

ข้อคิดสร้างแรงบันดาลใจ เติมแรงจูงใจในการทำงานให้ไม่หมดไฟ

ในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว แรงบันดาลใจในการทำงาน คือพลังสำคัญที่ช่วยให้เรายังลุกขึ้นมาทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างมีความหมาย ไม่ว่าวันนั้นจะต้องเจอกับความกดดัน ความเหนื่อยล้า หรือความไม่แน่นอนแค่ไหนก็ตามหลายคนอาจเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า แรงบันดาลใจในการทำงาน คืออะไร และ แรงบันดาลใจในการทำงาน มีอะไรบ้าง ที่จะช่วยให้เรากลับมามีพลังอีกครั้ง บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจแนวคิด ข้อคิด และคำคมที่ช่วย ปลุกใจ กำลังใจ ในการทำงาน ให้กลับมาสดใสอีกครั้งKey Takeawayแรงบันดาลใจในการทำงาน แบ่งได้เป็นแรงจูงใจจากภายในและภายนอก ซึ่งควรพัฒนาไปพร้อมกันข้อคิดดี ๆ ในการทำงาน และ คำคมแรงบันดาลใจ ช่วยปรับมุมมอง เพิ่มกำลังใจ และลดภาวะหมดไฟการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี เช่นHappy Workplace และ Employee Experience ช่วยรักษาแรงบันดาลใจได้ในระยะยาวแรงบันดาลใจในการทำงานมีกี่ประเภท?แรงจูงใจจากภายใน (Inner Motivation)แรงจูงใจจากภายใน คือพลังขับเคลื่อนที่เกิดขึ้นจาก “ความรู้สึกข้างในใจ” ของตัวเราเอง ไม่ได้อิงกับรางวัลหรือแรงกดดันจากภายนอก แต่เกิดจากการที่เรารู้สึกว่าสิ่งที่ทำ มีความหมาย มีคุณค่า และสอดคล้องกับตัวตนของเรา แรงจูงใจประเภทนี้ถือเป็นรากฐานสำคัญของ แรงบันดาลใจในการทำงานที่ยั่งยืนที่สุดตัวอย่างของแรงจูงใจจากภายใน ได้แก่ความภูมิใจในผลงานที่ตัวเองสร้างขึ้นความรู้สึกว่าได้พัฒนาทักษะและเติบโตขึ้นในทุกวันการได้ทำงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายชีวิตหรือคุณค่าที่เชื่อความสุขจากการได้ใช้ศักยภาพของตัวเองอย่างเต็มที่คนที่มีแรงจูงใจจากภายในสูง มักไม่จำเป็นต้องพึ่ง คำคมปลุกใจ หรือ คําคมกําลังใจทํางาน จากภายนอกมากนัก เพราะพวกเขามองเห็นเหตุผลของการตื่นมาทำงานในทุกวันอย่างชัดเจน แรงจูงใจลักษณะนี้จึงเชื่อมโยงโดยตรงกับ แรงบันดาลใจในชีวิต และแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตโดยรวม ไม่ใช่แค่เฉพาะเรื่องงานเท่านั้น อย่างไรก็ตาม แรงจูงใจจากภายในไม่ได้เกิดขึ้นเองโดยอัตโนมัติ แต่ต้องอาศัยการทบทวนตัวเองอยู่เสมอ เช่นงานที่เราทำตอบโจทย์ชีวิตเราจริงหรือไม่เราได้เรียนรู้อะไรจากงานนี้บ้างงานนี้พาเราเข้าใกล้เป้าหมายระยะยาวหรือไม่การตั้งคำถามเหล่านี้ คือหนึ่งใน ข้อคิดในการทำงาน ที่ช่วยให้เรายังรักษา กำลังในการทำงาน ไว้ได้ แม้ในวันที่เจออุปสรรคหรือความกดดันสูงแรงจูงใจจากภายนอก (Outer Motivation)แรงจูงใจจากภายนอก คือแรงกระตุ้นที่มาจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นองค์กร หัวหน้า ทีมงาน หรือระบบการทำงาน เช่นเงินเดือน โบนัส และสวัสดิการคำชม การยอมรับ หรือการให้เครดิตผลงานโอกาสในการเลื่อนตำแหน่งหรือเติบโตในสายอาชีพการมีหัวหน้าหรือRole Model ที่ดีในองค์กรแรงจูงใจจากภายนอกมีบทบาทสำคัญมาก โดยเฉพาะในช่วงที่พนักงานรู้สึกเหนื่อย ท้อ หรือกำลังอยู่ในช่วงเรียนรู้ เพราะสิ่งเหล่านี้ช่วยสร้าง กำลังใจ คำคม การทำงาน ในเชิงรูปธรรม ทำให้พนักงานรู้สึกว่า “ความพยายามของตัวเองมีคนเห็น”องค์กรที่ออกแบบระบบHRMและHRDอย่างเหมาะสม จะสามารถใช้แรงจูงใจจากภายนอกเป็นเครื่องมือในการ การสร้างแรงบันดาลใจ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นระบบประเมินผลงานที่ยุติธรรมเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพที่ชัดเจนวัฒนธรรมการให้ฟีดแบ็กเชิงบวกอย่างไรก็ตาม แรงจูงใจจากภายนอกมักมีข้อจำกัด คือให้ผลดีในระยะสั้น หากขาดแรงจูงใจจากภายในมารองรับ พนักงานอาจทำงานเพียงเพื่อ “ให้ได้รางวัล” มากกว่าการทำงานด้วยความตั้งใจจริงนี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายองค์กรที่มีค่าตอบแทนดี แต่ขาดวัฒนธรรมที่ดี ยังคงประสบปัญหาพนักงานหมดไฟหรือลาออกสูงแรงจูงใจจากภายนอกที่ดี จึงควรทำหน้าที่เป็น “ตัวเสริม” ไม่ใช่ “ตัวแทน” ของแรงจูงใจจากภายใน เมื่อทั้งสองทำงานร่วมกัน จะช่วยให้เกิด แรงบันดาลใจในการทำงาน ที่มั่นคง ทำให้พนักงานไม่เพียงแค่ทำงานให้เสร็จ แต่ทำงานด้วยความเต็มใจและเห็นคุณค่าในสิ่งที่ทำรวมข้อคิดสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานข้อคิดเรื่องทัศนคติและการคิดบวกทัศนคติเป็นจุดเริ่มต้นของทุกความสำเร็จ ข้อคิดบวก ในการทำงาน และ คำคมปลุกใจ ช่วยให้เรามองปัญหาเป็นโอกาส ตัวอย่างเช่น วลีสร้างแรงบันดาลใจ ที่ว่า “เปลี่ยนวิธีคิด แล้วชีวิตการทำงานจะเปลี่ยนตาม” ถือเป็น คำพูดสร้างแรงบันดาลใจ ที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังข้อคิดเรื่องความพยายามและความอดทนไม่มีใครประสบความสำเร็จโดยไม่พยายาม คำคมคนสู้งาน และ คําคมสู้งาน มักสะท้อนแนวคิดนี้ได้ดี เช่น “ความสำเร็จไม่เคยเร่งรีบ แต่จะมาถึงคนที่ไม่ยอมแพ้” นี่คือ แรงบันดาล คำคม ความสำเร็จ ที่ช่วยย้ำเตือนให้เราเดินต่อข้อคิดเรื่องเป้าหมายและความสำเร็จการตั้งเป้าหมายชัดเจนช่วยเพิ่ม กำลังใจ คำคม การทำงาน และทำให้เรามีทิศทาง ข้อคิด แรงบันดาล คำคม ทำงาน หลายประโยคสอนว่า ความสำเร็จคือผลลัพธ์ของการลงมือทำอย่างสม่ำเสมอข้อคิดจากความล้มเหลวและการเรียนรู้ความล้มเหลวไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นบทเรียน ข้อคิดแรงบันดาลใจ จากความผิดพลาดช่วยให้เราแข็งแรงขึ้น ทั้งยังเป็น แนวคิด + แรงบันดาลใจ ที่สำคัญในการเติบโตระยะยาวข้อคิดเรื่องทีมเวิร์กและความสัมพันธ์ในการทำงานการทำงานไม่ใช่เรื่องของคนคนเดียว คําคมการทํางานเป็นทีมและคําคมทีมงานคุณภาพ ช่วยสะท้อนพลังของความร่วมมือ เช่นเดียวกับแคปชั่นทีมงานคุณภาพ ที่ช่วยสร้างบรรยากาศบวกในองค์กร การมีHappy Workplace และการจัดกิจกรรมบริษัท เช่นTeam Buildingอย่างเหมาะสม จะช่วยเสริมพลังใจให้ทีมทำงานได้ดีขึ้นเคล็ดลับสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานให้ตัวเองทบทวนความสำเร็จที่ผ่านมา เพื่อเห็นคุณค่าตัวเอง การย้อนกลับไปมองสิ่งที่เคยทำสำเร็จ ช่วยเติม กำลังในการทำงาน และสร้าง คำคมตั้งใจทำงาน ในใจตัวเองได้ดีเชื่อมโยงงานกับเป้าหมายและคุณค่าชีวิต เมื่อเรารู้ว่างานที่ทำมีความหมายกับชีวิตอย่างไร ข้อคิด ในการทำงานให้มีความสุข จะเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้นเสริมพลังใจจากคนรอบข้างและทีมงาน การมีเพื่อนร่วมงานที่ดีและหัวหน้าที่ไม่ใช่หัวหน้าToxicคือปัจจัยสำคัญของEmployee Experienceสร้างสมดุลชีวิตและการทำงานอย่างเหมาะสม Work-life balance ที่ดีช่วยให้ แรงบันดาลใจในการทำงาน ไม่หายไป พร้อมลดความเหนื่อยล้าสะสมชื่นชมและให้กำลังใจตัวเองอย่างสม่ำเสมอ อย่าลืมให้ แรง บันดาล คำคม กำลังใจ กับตัวเองบ้าง การพูดดีกับตัวเองคือ คําคมกําลังใจทํางาน ที่ทรงพลังที่สุดแรงบันดาลใจในการทำงานสร้างได้ด้วยการวางแผนที่ดีสุดท้ายแล้ว แรงบันดาลใจในการทำงาน จะยั่งยืนได้ ต้องอาศัยทั้งแนวคิดส่วนบุคคลและระบบสนับสนุนจากองค์กรDisrupt มีคอร์สและโปรแกรมด้านHRคือการพัฒนาองค์กร การสร้างทีม และการออกแบบประสบการณ์พนักงาน ที่ช่วยให้องค์กรสร้างวัฒนธรรมการทำงานเชิงบวก พร้อมปลูกฝัง แรงบันดาลใจในการทำงาน ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้ว่าแรงบันดาลใจในการทำงานจะเริ่มต้นจากตัวบุคคล แต่ในความเป็นจริง “องค์กร” และ “ผู้นำ” คือปัจจัยที่ส่งผลต่อแรงบันดาลใจในระยะยาวมากที่สุดหลายคนอาจมีไฟในการทำงานช่วงแรก แต่เมื่อเผชิญกับระบบที่ไม่เอื้อ การสื่อสารที่ไม่ชัดเจน หรือบรรยากาศการทำงานที่กดดัน ไฟนั้นก็ค่อย ๆ มอดลง และองค์กรที่เข้าใจเรื่องการสร้างแรงบันดาลใจ มักให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมการทำงานมากกว่าการบังคับควบคุม เพราะพนักงานที่มีแรงบันดาลใจจากภายในจะสร้างผลงานได้ดีกว่าในระยะยาวในมุมของผู้นำ การพูดสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน ไม่ใช่การกล่าวสุนทรพจน์สวยหรูเพียงอย่างเดียว แต่คือการกระทำที่สอดคล้องกับคำพูด เช่น การรับฟังความคิดเห็นอย่างจริงใจ การให้ฟีดแบ็กเชิงบวก การเป็นตัวอย่างที่ดีในการทำงาน สิ่งเหล่านี้คือรูปแบบหนึ่งของ แรง บันดาล คำคม การทำงาน ที่ไม่ได้อยู่ในรูปประโยค แต่สะท้อนผ่านพฤติกรรมเมื่อผู้นำสามารถเป็นแรงบันดาลใจได้ ทีมงานจะเกิด กำลังใจ คำคม การทำงาน ในรูปแบบของการลงมือทำจริง ไม่ใช่แค่คำพูด และส่งผลให้เกิด คำคมการทำงานเป็นทีม ที่จับต้องได้ในชีวิตประจำวันที่มา: https://www.disruptignite.com/blog/work-motivation

อ่านเพิ่มเติม

22 เมษายน 2569

เปลี่ยนงานยังไงให้ปัง! เทคนิคการเจรจาต่อรองเงินเดือนสำหรับปี 2026

ในโลกการทำงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ตลาดแรงงานเต็มไปด้วยการแข่งขันที่ดุเดือด การเปลี่ยนงานไม่ได้เป็นเรื่องแปลกใหม่อีกต่อไป แต่กลับเป็นบันไดสู่โอกาสและความก้าวหน้าในอาชีพของผู้คนยุคใหม่ โดยเฉพาะช่วงปลายปีมักเป็นช่วงเวลาที่หลายคนเริ่มประเมินเส้นทางอาชีพของตัวเอง บางคนตั้งใจเปลี่ยนงานเพื่อความก้าวหน้า บางคนอยากได้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถ และบางคนมองหาสภาพแวดล้อมการทำงานที่ตอบโจทย์ชีวิตมากขึ้นคุณเคยถามตัวเองไหมว่า เงินเดือนและสวัสดิการที่คุณได้รับในปัจจุบันนั้นเหมาะสมกับทักษะ ประสบการณ์ และความทุ่มเทที่คุณมอบให้บริษัทอย่างเต็มที่แล้วหรือยัง? หรือเคยรู้สึกไหมว่า ทำไมความสามารถของคุณถึงถูกตีราคาต่ำกว่าความเป็นจริง? นั่นเป็นเพราะการเจรจาไม่ใช่แค่การ ‘ต่อรอง’ แต่เป็นการ ‘ยืนยันคุณค่า’ ที่คุณมี ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่หลายคนมองข้ามไปบทความนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่คู่มือ แต่คือแผนที่สู่ความสำเร็จในการเจรจาค่าตอบแทนสำหรับปี2026 โดยเราจะพาคุณไปสำรวจตั้งแต่การเตรียมตัวเพื่อประเมินคุณค่าของตัวเองอย่างเป็นกลาง ไปจนถึงเทคนิคการเจรจาที่สร้างความประทับใจให้กับบริษัทใหม่ และข้อผิดพลาดที่คุณไม่ควรกระทำ เพื่อให้คุณได้แพ็กเกจที่คุ้มค่ากับความสามารถได้อย่างมั่นใจและชาญฉลาดเทรนด์ค่าตอบแทนและสวัสดิการในปี2026สำหรับเทรนด์ค่าตอบแทนและสวัสดิการในปี 2026 นั้นมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจหลายอย่าง ซึ่งทำให้องค์กรและพนักงานมองหาความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวมากขึ้น1.เงินเดือนยังคงปรับขึ้น แต่แข่งขันสูงขึ้นโดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เช่น ดิจิทัล, พลังงานสะอาด, โลจิสติกส์, เซมิคอนดักเตอร์, การแพทย์และสุขภาพ มีแนวโน้มเสนอเงินเดือนสูงกว่าตลาด ในขณะเดียวกันการแข่งขันในตำแหน่งยอดนิยม เช่นData Analyst, Digital Marketing, Software Engineer ทำให้ผู้สมัครต้องมีพอร์ตและประสบการณ์จริง เพื่อสร้างความแตกต่าง2.สวัสดิการไม่ใช่แค่ “เสริม” แต่เป็น “ตัวตัดสินใจ” พนักงานยุคใหม่โดยเฉพาะGen Z และMillennials ให้ความสำคัญกับสิทธิประโยชน์มากกว่าแค่ตัวเลขเงินเดือน เช่นWork-life balance และรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น เช่นHybrid / Remote work เป็นต้นสวัสดิการ ประกันสุขภาพ /Mental health support / Wellness benefits (Fitness, Wellness leave, วันลาพิเศษ)ส่งเสริมการเรียนรู้หรือฝึกอบรมTraining budget / Upskilling courses3. Pay Transparencyเริ่มกลายเป็นมาตรฐานหลายบริษัทเริ่มเปิดเผยช่วงเงินเดือนในประกาศรับสมัครงาน เพื่อสร้างความโปร่งใสและดึงดูดผู้สมัครที่ตรงกลุ่ม ทำให้ผู้สมัครมี ข้อมูลอ้างอิงที่ชัดเจน ในการเจรจาเงินเดือนและสวัสดิการ: เจรจาอย่างไรให้ได้มากกว่าที่คิดทำไมการเจรจาจึงสำคัญการเจรจาเงินเดือนและสวัสดิการเป็นขั้นตอนสำคัญที่ส่งผลต่อทั้งรายได้ระยะยาวและความพึงพอใจในการทำงาน เพราะเป็นการกำหนด “มูลค่า” ของตัวคุณในสายตาบริษัท การพูดคุยอย่างมืออาชีพไม่เพียงช่วยให้คุณได้ค่าตอบแทนที่เหมาะสม แต่ยังสร้างความมั่นใจและภาพลักษณ์ที่ดีในฐานะคนทำงานที่รู้จักคุณค่าของตนเองอีกด้วย• ถ้าเจรจาไม่เป็นอาจพลาดโอกาสได้เงินเดือนที่สูงขึ้น 10–20% จากที่ตั้งใจ• การต่อรองสวัสดิการ เช่น วันลาพิเศษ, เวลาการทำงานยืดหยุ่น, หรือการสนับสนุนด้านการศึกษา สามารถเพิ่ม “มูลค่า” โดยรวมได้หลายหมื่นบาทต่อปี• การเจรจาที่ดีแสดงถึง ความมั่นใจและความเป็นมืออาชีพ ของผู้สมัครการเตรียมตัวก่อนการเจรจา1.ศึกษาข้อมูลเงินเดือนในตลาดใช้เว็บไซต์หางาน, รายงานเงินเดือนประจำปีของบริษัทจัดหางานต่างๆ (เช่นMichael Page, Robert Walters, Adecco, Personnel Consultant) แล้วนำมาเปรียบเทียบช่วงเงินเดือนในตำแหน่งเดียวกัน และปัจจัยที่ต้องพิจารณา เช่น อุตสาหกรรม, ขนาดบริษัท, ระดับตำแหน่ง, ประสบการณ์, และทักษะพิเศษ โดยอาจทำตารางเปรียบเทียบ (Expected Salary vs Market Rate)เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น2.ประเมินคุณค่าของตัวเองอาจจะถามตัวเองว่า• คุณมีทักษะเฉพาะทาง (Hard Skills) ที่ตลาดกำลังขาดหรือต้องการไม่? รวมถึงSoft Skills ที่โดดเด่นของคุณ• คุณมีผลงานชัดเจนให้เห็นเป็นรูปธรรม (ตัวเลข, เปอร์เซ็นต์) ให้บริษัทเก่าหรือไม่? เช่น “ลดค่าใช้จ่าย15%” “เพิ่มยอดขาย20%”• คุณมีภาษาที่สองหรือสาม (เช่น ญี่ปุ่น จีน) ที่เป็นRare Skill หรือไม่?3.ตั้งช่วงเงินเดือน ไม่ใช่ตัวเลขเดียวให้ตั้งช่วงเงินเดือนที่ยอมรับได้ (Min-Max) จะช่วยให้การเจรจามีความยืดหยุ่นและเปิดโอกาสให้บริษัทเสนอข้อเสนออื่นๆ ได้ เช่น โบนัส, WFH, หรืองบTraining เป็นต้น นอกจากเงินเดือนแล้ว ให้จัดลำดับความสำคัญของสวัสดิการ (เช่น โบนัส, วันลา, ประกันสุขภาพ, ค่าเดินทาง, สิทธิพิเศษอื่นๆ)ตัวอย่าง:ถ้าคุณตั้งใจได้60,000 บาท ให้ตั้งช่วงไว้ที่58,000–65,000 บาท4.เตรียมแผนสำรองถ้าบริษัทไม่สามารถให้เงินเดือนตามที่ต้องการ คุณยอมรับข้อเสนอแบบอื่นได้ไหม เช่น โบนัสประจำปี, วันลาพิเศษ, งบเรียนภาษา, หุ้นพนักงาน ดังนั้นการมีPlan B ทำให้คุณไม่เสียโอกาสเทคนิคการเจรจาเงินเดือน “การสื่อสารคืออาวุธที่ทรงพลัง”1.เลือกเวลาที่เหมาะสม รอให้ถูกจังหวะต้องรู้เมื่อไหร่ที่ควรเริ่มคุย อย่ารีบพูดเรื่องเงินเดือนในช่วงแรกของการสัมภาษณ์ เว้นแต่HR เป็นฝ่ายถาม ให้รอจนกว่าบริษัทแสดงความสนใจในตัวคุณอย่างจริงจัง2.ใช้ภาษาเชิงบวกและเป็นมืออาชีพสร้างความประทับใจตั้งแต่ต้น เน้นย้ำว่าคุณจะสร้างประโยชน์อะไรให้กับบริษัท ไม่ใช่แค่ต้องการเงินเดือนที่สูงขึ้น แสดงให้เห็นว่าคุณต้องการร่วมงานกับบริษัทจริงๆ และมองหาความสัมพันธ์ที่Win-Win รวมถึงการรักษามารยาท หลีกเลี่ยงการเปรียบเทียบเชิงลบกับบริษัทเก่า และใช้โทนสุภาพ แม้จะเป็นการต่อรองเช่น แทนที่จะพูดว่า “ผมต้องการอย่างน้อย70,000 บาท” ลองพูดว่า “จากข้อมูลตลาดและประสบการณ์ของผม ผมมองว่าช่วงเงินเดือนที่เหมาะสมคือ65,000–75,000 บาทครับ”3.การเจรจาขั้นสุดท้ายเมื่อได้รับข้อเสนอ (Offer)หากข้อเสนอต่ำกว่าที่คาดหวัง ให้แสดงความขอบคุณก่อน จากนั้นค่อยๆ เจรจาอย่างสุภาพ โดยอ้างอิงจากความสามารถและคุณค่าที่คุณจะนำมาสู่องค์กร หรือยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจอื่นๆ หากบริษัทไม่สามารถเพิ่มเงินเดือนได้ ลองเจรจาต่อรองในส่วนของสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ แทน เช่น โบนัส, วันหยุด, Work-from-home policyตัวอย่างประโยคการเจรจาต่อรองเงินเดือน• “จากการสำรวจตลาด ผม/ดิฉัน เห็นว่าตำแหน่งนี้ในอุตสาหกรรมเดียวกันมีช่วงเงินเดือนอยู่ที่55,000–65,000 บาท และด้วยประสบการณ์ของผม/ดิฉัน ผม/ดิฉันจึงคิดว่าช่วงนี้เหมาะสมครับ/ค่ะ”• “ถ้าไม่สามารถปรับเงินเดือนได้ตามที่พูดคุยกัน ดิฉันอยากสอบถามว่าสามารถเพิ่มเติมในส่วนของTraining หรือBonus ได้หรือไม่ค่ะ”• “สิ่งที่ผม/ดิฉัน ให้ความสำคัญคือ ทั้งค่าตอบแทนและการพัฒนาทักษะ ผมอยากมั่นใจว่างานนี้ช่วยให้ผม/ดิฉัน เติบโตได้ในระยะยาวครับ/ค่ะ”ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงและควรระวัง1.อย่าโกหกเงินเดือนปัจจุบันเด็ดขาดเนื่องจากข้อมูลนี้บริษัทสามารถตรวจสอบได้และสิ่งนี้จะทำให้คุณเสียความน่าเชื่อถือทันที รวมถึงอย่าเรียกเงินเดือนสูงเกินความเป็นจริง เพราะอาจถูกมองว่าไม่เข้าใจตลาด2.อย่าใช้ข้อเสนอจากบริษัทอื่นเป็นเครื่องมือ(ต่อรอง)แนะนำให้นำมาใช้เป็นเพียงตัวอย่างในการเปรียบเทียบเท่านั้น3.อย่ามองข้ามสวัสดิการไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต, ประกันสุขภาพ, วันลาพักร้อน, โบนัส, และสิทธิประโยชน์อื่นๆ มีมูลค่าไม่ต่างจากเงินสด รวมถึง เรื่องวัฒนธรรมองค์กรและโอกาสการเติบโตระยะยาว ไม่ใช่แค่แพ็กเกจเริ่มต้น4.อย่ารับข้อเสนอทันทีควรขอเวลาคิดทบทวน1–2 วัน เพื่อพิจารณาข้อเสนอทั้งหมดอย่างรอบคอบการเปลี่ยนงานในปี2026 จะไม่ใช่แค่เรื่อง “ได้เงินเดือนเพิ่ม” อีกต่อไป แต่คือการมองหา ความสมดุลระหว่างค่าตอบแทน สวัสดิการ และการเติบโตในอาชีพ การเจรจาที่ดีไม่ใช่การเอาชนะหรือการต่อสู้ แต่เป็นการสื่อสารเพื่อหาข้อตกลงที่ทำให้ทั้งคุณและบริษัทได้ประโยชน์เพื่อหาจุดที่ลงตัว การเตรียมตัวที่ดีการศึกษาตลาดและมีทักษะการสื่อสารจะทำให้คุณมีความมั่นใจและพร้อมที่จะเจรจา ดังนั้น เปลี่ยนงานให้รุ่งไม่ใช่แค่ได้เงินเดือนสูงขึ้น แต่คือการได้ทำงานที่ใช่ในที่ที่ให้คุณค่ากับคุณอย่างแท้จริงที่มา : https://www.personnelconsultant.co.th/jobseeker/knowledge/2025/09/3790/

อ่านเพิ่มเติม

ข่าว

25 เมษายน 2566

ประกาศแจ้งเตือนจากบริษัทในกลุ่มอมตะ

18 เมษายน 2566

สมัครงานยังไง ?...ให้ได้งาน พบกับ 10 เทคนิคดีๆ ที่ควรรู้ !!

บทความ

08 เมษายน 2569

ไม่มีประสบการณ์ตรง ไม่ใช่ทางตัน เคล็ดลับเปลี่ยนสายงานให้รุ่งด้วย Passion

04 มีนาคม 2569

อันตราย! 6 ข้อผิดพลาดในการเขียนอีเมล ที่อาจทำให้โดนมองแรงว่าไร้มารยาท

20 มกราคม 2569

7 เทคนิคต่อรองเงินเดือน คุยยังไงให้ได้งาน และได้เงินที่คู่ควร

16 มกราคม 2569

Workplace Happiness วิธีสร้างความสุขในการทำงานให้ยั่งยืน

12 มกราคม 2569

5 เทรนด์เขย่าวัฒนธรรมออฟฟิศปี 2026 โลกการทำงานจะไม่เหมือนเดิม

22 ธันวาคม 2568

สำรวจ 10 อาชีพมาแรงในอนาคต 2030 ที่ตลาดแรงงานต้องการตัว

19 ธันวาคม 2568

เปลี่ยนงานบ่อย ดีจริงไหม? 58% วัยทำงาน Gen Z เปลี่ยนงานใหม่ในห้าปี

15 ธันวาคม 2568

AI อาจทำ 5 อาชีพเสี่ยงหายไปในอีก 20 ปี ทั้งแคชเชียร์ คนขับรถ นักข่าว

04 ธันวาคม 2568

7 เทรนด์การทำงานปี 2026 ที่ทุกองค์กรต้องเตรียมรับมือ

17 พฤศจิกายน 2568

พนักงานแบบไหนที่ผู้ประกอบการต้องการตัว

13 พฤศจิกายน 2568

เมื่องานมากขึ้นขอขึ้นเงินเดือนได้ไหม คำถามคาใจที่พนักงานสงสัย

21 ตุลาคม 2568

10 คำถามสัมภาษณ์งานยอดฮิตและวิธีตอบให้ประทับใจ

10 ตุลาคม 2568

บุคลิกภาพกับการเลือกอาชีพ

11 กันยายน 2568

เปิดลิสต์ 6 ทักษะดิจิทัล ที่คนทำงานต้องมีในปี 2026 ถ้าไม่อยาก “ตกรุ่น” ห้ามพลาด!

02 กันยายน 2568

7 เทคนิคสัมภาษณ์งานอย่างไรให้ได้งาน

29 สิงหาคม 2568

The Future-Ready Executive: เตรียมพร้อมผู้นำสู่ปี 2026

18 สิงหาคม 2568

ไขความลับ AI ยิ่งใช้ยิ่งฉลาด ไม่ขาด Critical Thinking

13 สิงหาคม 2568

ปีแห่งการปรับตัวของมนุษย์ สำรวจเทรนด์ทำงานน่าจับตาประจำปี 2025

04 สิงหาคม 2568

ตลาดแรงงานไทยฟื้นตัว องค์กร 53% จ่อจ้างงานเพิ่ม แต่เทรนด์ ‘จ้างงานยืดหยุ่น’ มาแรง Part-time พุ่งเท่าตัว สะท้อนการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่

29 กรกฎาคม 2568

เขียนประสบการณ์ทำงาน (Work Experience) ลงในเรซูเม่ให้ได้เปรียบคนอื่น

10 มิถุนายน 2568

10 คำถามสัมภาษณ์งานยอดฮิตและวิธีตอบให้ประทับใจ

28 พฤษภาคม 2568

เจาะลึกบุคลิก ‘Ambivert’ คนที่ทั้งเก็บตัวและเปิดเผย ผู้นำที่ประสบความสำเร็จที่สุดในโลกธุรกิจยุคใหม่

21 พฤษภาคม 2568

คนเก่งยุคใหม่ ต้องมี ‘Human Skills’ เพราะ LinkedIn เผย ‘ไกล่เกลี่ย’ คือทักษะที่ตลาดต้องการในปี 2025

13 พฤษภาคม 2568

คนรุ่นใหม่ใช้ AI ช่วยสมัครงาน-เขียนเรซูเม่-ฝึกซ้อมสัมภาษณ์งาน

07 พฤษภาคม 2568

สำรวจ Future of Work ปี 2025 เมื่อ AI มาแรง – ต้องแย่งชิง Talent – ความยืดหยุ่นในการทำงานเพิ่มขึ้น

28 เมษายน 2568

8 ทักษะความเป็นผู้นำที่สำคัญในปี 2025

21 เมษายน 2568

9 คำถามสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษ สัมภาษณ์ทีไรเจอแน่นอน ตอบยังไงไปดูกัน

17 เมษายน 2568

The Future of Jobs 2025 ชี้ทักษะแห่งอนาคต พร้อมแนะกลยุทธ์สร้างมนุษย์แห่งอนาคต (Future Human) สำหรับประเทศไทย

08 เมษายน 2568

กลยุทธ์คนทำงาน เงินพุ่ง งานรุ่ง ใครก็แทนไม่ได้

01 เมษายน 2568

ฉายทิศทางตลาดงานปี 2025 งานไหนมาแรง เตรียมตัวอย่างไรไม่ให้เป็นคนตกงาน

25 มีนาคม 2568

เขียนประสบการณ์ทำงาน (Work Experience) ลงในเรซูเม่ให้ได้เปรียบคนอื่น

17 มีนาคม 2568

7 แนวคิดของการทำงานยุคใหม่ให้มีประสิทธิภาพ

12 มีนาคม 2568

7 เทรนด์การทำงานน่าติดตามที่จะมาเปลี่ยนชีวิตการทำงาน ปี 2025

14 มกราคม 2568

10 อันดับอาชีพมาแรงพร้อมฐานเงินเดือนสูงในปี 2025

07 มกราคม 2568

เจาะลึก...งานประจำกับฟรีแลนซ์..ต่างกันตรงไหน..แบบไหนที่ใช่..มากที่สุด

16 ธันวาคม 2567

20 เทรนด์อาชีพมาแรงในอนาคต ปี 2025-2029

04 ธันวาคม 2567

14 คำแนะนำดีๆ สำหรับคนเริ่มต้นหางาน ให้ได้งานที่ใช่

26 พฤศจิกายน 2567

รู้จัก 4 รูปแบบหลักในการสัมภาษณ์งานของผู้สมัคร

15 พฤศจิกายน 2567

เขียนประสบการณ์ทำงาน (Work Experience) ลงในเรซูเม่ ให้ได้เปรียบคนอื่น

26 กันยายน 2567

14 เครื่องมือ AI ที่ชาวออฟฟิศต้องมี ช่วยให้ทำงานง่ายสบายกว่าเดิม

16 กันยายน 2567

รู้จักกับ RESUME, CV และ PORTFOLIO พร้อมเคล็ดลับการสร้างสรรค์ให้โดนใจ HR

10 กันยายน 2567

โลกในปี 2025 จะเป็นอย่างไร 10 เมกะเทรนด์เปลี่ยนโลกที่ต้องจับตา

04 กันยายน 2567

ทักษะ "Soft Skills" ที่จําเป็นต้องพัฒนาสู่ปี 2025 จากมุมมองของนักการตลาด

29 สิงหาคม 2567

"10 อันดับ" อาชีพอินเทรนด์ในปี 2567 มีแนวโน้มเติบโต..ไม่จม..ไม่หาย..แถมทำรายได้ดี !

07 พฤษภาคม 2567

ึึ7 เทรนด์ขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีที่องค์กรทั่วโลกต้องกลับมาทบทวนเพื่อประยุกต์ใช้ในปี 2567

22 กุมภาพันธ์ 2567

วิธีรับมือ 7 คำถาม “สัมภาษณ์งาน” ที่คนสมัครงานมักจะต้องเจอ

22 กุมภาพันธ์ 2567

อัปเดต 5 เทรนด์การทำงานประจำปี 2024

18 เมษายน 2566

ส่องเทรนด์อาชีพปี 66 พบ 14 อาชีพรุ่ง-5 อาชีพร่วง

18 เมษายน 2566

“แค๊บหมู” ทำกินเองได้ ทำขายรายได้ดี

กิจกรรม

04 เมษายน 2568

อมตะซิตี้ ระยอง ร่วมกิจกรรมจิตอาสา เราทำความดีด้วยหัวใจ อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง

31 มีนาคม 2568

อมตะจับมือซูมิโตโม รับเบอร์ ชวนพนักงานร่วมเป็นฮีโร่ กับโครงการ “100 ล้านซีซี โลหิตชาวอมตะเพื่อสภากาชาดไทย”

25 มีนาคม 2568

อมตะซิตี้ ชลบุรี ร่วมกับสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี จัดกิจกรรม Eco Green Network ประจำปี 2568
ติดต่อเรา
บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)
  • 700 บางนา-ตราด กม. 57 อ.เมือง จ.ชลบุรี 20000
  • 03 893 9007
บริษัท อมตะซิตี้ ระยอง จำกัด
  • 7 ทางหลวงหมายเลข 331 กม. 39 อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 20230
  • 03 849 7007
ข้อมูลติดต่อ
  • amatajobsonline@amata.com
ช่องทางการติดตาม