ข่าวสารและบทความ

ข่าวล่าสุด

01 เมษายน 2568

ฉายทิศทางตลาดงานปี 2025 งานไหนมาแรง เตรียมตัวอย่างไรไม่ให้เป็นคนตกงาน

สถานการณ์การจ้างงานในประเทศไทยในปัจจุบันมีความหลากหลายและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเทคโนโลยีและดิจิทัลที่ยังคงมีความต้องการแรงงานสูง ในขณะที่บางอุตสาหกรรมดั้งเดิมอาจประสบปัญหาการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีนอกจากนี้ การจ้างงานในกลุ่มSME มีความท้าทายเรื่องงบประมาณและทรัพยากร ทำให้ความต้องการจ้างงานส่วนใหญ่อาจเน้นไปที่ตำแหน่งงานที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพหรือรายได้อย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกัน ผู้สมัครงานเองก็กำลังมองหาความสมดุลระหว่างเงินเดือน สวัสดิการ และโอกาสการพัฒนาตนเองสิ่งสำคัญที่เห็นได้ชัดคือการที่ผู้หางานส่วนใหญ่เริ่มหันมาใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น เนื่องจากความสะดวกและการเข้าถึงข้อมูลที่หลากหลาย แถมยังมีAI มาช่วยMatch คนกับงานที่เหมาะสม ทำให้แพลตฟอร์มออนไลน์ มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงระหว่างนายจ้างและผู้หางานอย่างมีประสิทธิภาพค่ะงานอะไรที่คนสมัครหรือมองหามากที่สุดในตอนนี้จากข้อมูลในปัจจุบัน ตำแหน่งงานที่ได้รับความนิยมและมีผู้สมัครงานสนใจมากที่สุดในประเทศไทยมีดังนี้ค่ะ1.งานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)ตำแหน่งงานในสายนี้ เช่น โปรแกรมเมอร์, นักพัฒนาซอฟต์แวร์, และวิศวกรด้านAI หรือData Scientist ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากทุกองค์กรกำลังปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล2.งานด้านการตลาดดิจิทัล (Digital Marketing)นักการตลาดที่มีทักษะในด้าน SEO, Content Creation, และการวิเคราะห์ข้อมูลตลาดเป็นที่ต้องการ เนื่องจากการตลาดออนไลน์กลายเป็นหัวใจสำคัญของทุกธุรกิจ3.งานขายและพัฒนาธุรกิจ (Sales & Business Development)ตำแหน่งงานขายยังคงเป็นที่ต้องการเสมอ โดยเฉพาะในสายB2B และE-commerce4.งานด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน (Logistics & Supply Chain)การเติบโตของ E-commerce ทำให้ความต้องการบุคลากรในด้านนี้เพิ่มขึ้น เช่น ผู้จัดการคลังสินค้า และผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการซัพพลายเชน5.งานด้านการเงินและการวิเคราะห์ข้อมูล (Finance & Data Analysis)นักวิเคราะห์ทางการเงิน, นักบัญชี, และนักวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analyst) ยังคงเป็นตำแหน่งที่มีผู้สนใจอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากทุกองค์กรต้องการข้อมูลเชิงลึกเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจรายได้ค่าตอบแทน ตอนนี้เฉลี่ยเงินเดือนของไทยอยู่ที่เรตไหนเงินเดือนเฉลี่ยในประเทศไทยในปัจจุบันจะแตกต่างกันไปตามประสบการณ์ อุตสาหกรรม และตำแหน่งงานค่ะ โดยหากพูดถึงภาพรวมเงินเดือนในตลาดงานทั่วไป เราสามารถแบ่งคร่าว ๆ ตามกลุ่มได้ดังนี้1.นักศึกษาจบใหม่ (Fresh Graduates)เงินเดือนเริ่มต้นเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 20,000-25,000 บาทต่อเดือน โดยสายงานที่ต้องการทักษะเฉพาะ เช่นIT หรือวิศวกรรม อาจได้รับค่าตอบแทนสูงกว่าค่าเฉลี่ย2.สายงานระดับกลาง (Mid-level)สำหรับคนที่มีประสบการณ์ 3-5ปี เงินเดือนเฉลี่ยจะอยู่ในช่วง30,000-50,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับตำแหน่ง เช่น การตลาด,การขาย,หรือสายงานวิเคราะห์ข้อมูล3.สายงานระดับผู้บริหาร (Management)ตำแหน่งระดับผู้จัดการขึ้นไปจะมีเงินเดือนเฉลี่ยประมาณ 70,000-150,000บาทต่อเดือน หรือสูงกว่านั้นในอุตสาหกรรมที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะ เช่น การเงิน,เทคโนโลยี,และการแพทย์นอกจากนี้ ในอุตสาหกรรมที่มีความต้องการแรงงานสูง เช่น เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT),การตลาดดิจิทัล,หรือ งานด้านวิศวกรรม เงินเดือนเฉลี่ยอาจสูงกว่ากลุ่มอื่นอย่างชัดเจน ตัวเลขดังกล่าวเป็นค่าเฉลี่ยเบื้องต้น และค่าตอบแทนจริงอาจแตกต่างกันไปตามทักษะ ประสบการณ์ และความซับซ้อนของงานสายอาชีพไหนที่ได้รับค่าตอบแทนสูง หรือมีการปรับเงินเดือนในแต่ละปีค่อนข้างสูงสายอาชีพที่ได้รับค่าตอบแทนสูงและมีการปรับเงินเดือนในแต่ละปีอย่างต่อเนื่องมักจะเกี่ยวข้องกับทักษะที่เป็นที่ต้องการในตลาดแรงงานและมีความเฉพาะทางสูง1.เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT)และวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Science) ตำแหน่งอย่างData Scientist, AI Engineer, และCybersecurity Specialist มีเงินเดือนเริ่มต้นสูง และมักได้รับการปรับขึ้นทุกปี เนื่องจากการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและความต้องการทักษะด้านนี้2.การเงินและการลงทุน (Finance & Investment)นักวิเคราะห์การเงิน (Financial Analyst), ที่ปรึกษาการลงทุน (Investment Consultant), หรือผู้จัดการกองทุน (Fund Manager) เป็นกลุ่มที่มีรายได้สูง รวมถึงโบนัสที่ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานในแต่ละปี3.การแพทย์และสาธารณสุข (Healthcare)แพทย์เฉพาะทาง, ทันตแพทย์, และนักวิจัยทางการแพทย์ มักมีค่าตอบแทนสูง รวมถึงการปรับเพิ่มตามประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ4.การตลาดดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซ (Digital Marketing & E-commerce)ตำแหน่งอย่างDigital Marketing Specialist หรือE-commerce Manager มีแนวโน้มการเติบโตของเงินเดือน เนื่องจากธุรกิจออนไลน์ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง5.วิศวกรรม (Engineering)วิศวกรในสายAutomation และอื่นๆ จะได้รับค่าตอบแทนค่อนข้างสูง โดยเฉพาะในกลุ่มที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเทรนด์การจ้างงานหรือหางานเปลี่ยนไปมากน้อยแค่ไหนในยุคนี้เทรนด์การจ้างงานและการหางานในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนตามพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่และการปรับตัวขององค์กร เห็นได้ชัดเจน5 เรื่อง คือ1.คนรุ่นใหม่กับการทำงาน คนรุ่นใหม่ (Gen Z)เริ่มให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นในการทำงานมากขึ้น ทำให้ งานฟรีแลนซ์ หรือการทำงานแบบRemote Working ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากสามารถจัดการเวลาได้เองและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่ต้องการสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว (Work-Life Balance) อย่างไรก็ตาม คนรุ่นใหม่บางส่วนยังมองหางานประจำที่มั่นคง หากองค์กรสามารถมอบโอกาสการพัฒนาทักษะและสร้างเส้นทางอาชีพที่ชัดเจนได้2.การจ้างงานในองค์กรองค์กรเริ่มมีแนวโน้มที่จะจ้างงานแบบสัญญาจ้าง (Contract) มากขึ้น โดยเฉพาะในโครงการที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะทางหรือช่วงเวลาสั้น ๆ เช่น งานด้านเทคโนโลยี หรือการตลาดดิจิทัล ขณะเดียวกัน งานประจำยังคงมีบทบาทสำคัญในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างหลักของบริษัท เช่น การเงิน, การบริหารทรัพยากรบุคคล, การตลาดหรือการขาย3.เทคโนโลยีและแพลตฟอร์มดิจิทัลการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ในการหางานและจ้างงานเพิ่มมากขึ้น ช่วยให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงโอกาสได้ง่ายขึ้นและสามารถเลือกงานที่เหมาะกับทักษะและความสนใจของตนเอง4.ความต้องการด้านทักษะองค์กรในปัจจุบันมองหาพนักงานที่มีSoft Skills เช่น การแก้ปัญหา การสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ควบคู่กับHard Skills ในสายงานเฉพาะทาง5.ทัศนคติและวัฒนธรรมองค์กรคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมองค์กรที่โปร่งใส มีเป้าหมายที่ชัดเจน และสนับสนุนความหลากหลาย ทำให้หลายบริษัทต้องปรับตัวเพื่อตอบสนองความคาดหวังเหล่านี้โดยรวมแล้ว เทรนด์การจ้างงานในปัจจุบันสะท้อนถึงความยืดหยุ่นและความหลากหลายทั้งในแง่รูปแบบงานและทัศนคติของทั้งนายจ้างและผู้หางานมีเกณฑ์หรือสวัสดิการอะไร ที่ลูกจ้างส่วนใหญ่ต้องการหรือระบุมาในใบสมัครจากข้อมูลและแนวโน้มในปัจจุบัน ลูกจ้างส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับ สวัสดิการและเงื่อนไขการทำงาน ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการเงินและไลฟ์สไตล์มากขึ้น โดยเกณฑ์และสวัสดิการที่ได้รับความนิยมและถูกระบุบ่อยในใบสมัครหรือการสัมภาษณ์ ได้แก่ :1.โบนัสและค่าตอบแทนตามผลการทำงาน (Performance Bonus)การมีโบนัสที่ชัดเจนและโปร่งใสตามผลการดำเนินงานของบริษัทและพนักงาน เป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดผู้สมัครงาน2.Work From Home (WFH)และงานรีโมต (Remote Working)หลังจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 พนักงานหลายคนยังคงมองหางานที่มีความยืดหยุ่นในการทำงานจากที่บ้าน หรือสามารถทำงานแบบรีโมตได้ โดยเฉพาะในสายงานด้านเทคโนโลยีและการตลาด3.ชั่วโมงการทำงานที่ยืดหยุ่น (Flexible Working Hours)การกำหนดเวลาทำงานที่ไม่ตายตัวช่วยให้พนักงานบริหารเวลาได้ดีขึ้น และสร้างความสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัว (Work-Life Balance)4.สวัสดิการสุขภาพ (Health Benefits)การมีประกันสุขภาพ, การตรวจสุขภาพประจำปี, หรือสวัสดิการดูแลสุขภาพจิต กำลังเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้น5.วันหยุดเพิ่มเติม (Additional Leave)ลูกจ้างหลายคนมองหาวันหยุดเพิ่มเติม เช่น วันลาพักร้อนที่มากกว่ากฎหมายกำหนด หรือวันลาในโอกาสพิเศษ เช่น วันลาเพื่อทำกิจกรรมอาสา6.การสนับสนุนด้านพัฒนาทักษะ (Learning & Development)สวัสดิการที่สนับสนุนการเรียนรู้ เช่น คอร์สออนไลน์, การอบรมทักษะ, หรือการสนับสนุนด้านการศึกษาต่อ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ดึงดูดพนักงานที่ต้องการพัฒนาตนเอง7.การสนับสนุนด้านอุปกรณ์ทำงาน (Work Equipment Support)การจัดเตรียมอุปกรณ์ทำงาน หรือการสนับสนุนค่าอินเทอร์เน็ตสำหรับการทำงานที่บ้าน8.วัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมความหลากหลายและความเท่าเทียม (Diversity & Inclusion)คนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับการทำงานในองค์กรที่ให้ความเคารพในความหลากหลายทางเพศ, วัฒนธรรม, และความเชื่อเกณฑ์และสวัสดิการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของความคาดหวังจากคนทำงาน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่มองหาการทำงานที่ไม่ใช่แค่เรื่องเงินเดือน แต่ยังรวมถึงคุณภาพชีวิตและการพัฒนาตนเองที่มา : ฉายทิศทางตลาดงานปี 2025 งานไหนมาแรง เตรียมตัวอย่างไรไม่ให้เป็นคนตกงาน

อ่านเพิ่มเติม

25 มีนาคม 2568

เขียนประสบการณ์ทำงาน (Work Experience) ลงในเรซูเม่ให้ได้เปรียบคนอื่น

1. เลือกเฉพาะประสบการณ์ที่มีค่าที่สุด ในสายงานนั้นๆในขั้นตอนแรกสุดเลยก็คือ เมื่อคุณคิดว่าคุณมีประสบการณ์ทำงานมากพอที่จะเขียนลงไปในเรซูเม่ของตัวเองแล้วล่ะก็ ก่อนอื่นคุณต้องมั่นใจว่าสิ่งที่คุณจะเขียนลงไปมันมีค่าในสายตาของผู้อ่านเรซูเม่ ซึ่งก็คือพนักงานสรรหาบุคลากร และผู้ที่จะสัมภาษณ์งานคุณ ซึ่งส่วนมากแล้วก็จะเป็น Supervisor หรือผู้จัดการ หรือหัวหน้าในสายงานของคุณนั่นเอง อย่าเขียนประสบการณ์ดาดๆที่ใครก็ได้สามารถทำมันได้ แต่ให้เลือกเขียนเฉพาะประสบการณ์ที่มีค่ามากๆก็พอ2. เน้นประสบการณ์ที่ได้รับการยกย่อง หรือรางวัล (Achievement)ถ้าหากคุณได้รับรางวัลอะไรในสายงาน ไม่ว่าจะเป็นผลงานส่วนตัวหรือผลงานของทีม ไม่ว่ารางวัลนั้นจะใหญ่หรือเล็กแค่ไหน นี่แหล่ะคือสิ่งที่มีค่ามากๆที่ควรจะเขียนลงไปในเรซูเม่ แต่ถ้าคุณมีรางวัลมากล่ะก็ เลือกเขียนอันที่ใหญ่ที่สุดก่อน แล้วเรียงลำดับลงมาตามความสำคัญนะครับ3. ประสบการณ์ที่เกี่ยวกับเคส หรือลูกค้าที่โด่งดังในสายงานของคุณในทุกๆสายงานย่อมจะรู้จักกันเองข้ามบริษัท ไม่มากก็น้อย ดั่งคำพูดที่ว่า "วงการมันแคบกว่าที่คิด" ซึ่งสิ่งนี้ใช้ได้กับทุกวงการเลยล่ะ ถ้าคุณมีประสบการณ์เคยทำงานในเคสที่ใหญ่ หรือทำงานร่วมกับลูกค้าที่ใครๆก็บอกว่าเป็นตัวแม่ของวงการแล้ว หรือมีแต่รายชื่อลูกค้าดังๆแล้วล่ะก็ คุณเองก็จะเนื้อหอมเอามากๆเลย ใครๆก็สนใจอยากจะสัมภาษณ์คุณ4. ประสบการณ์ที่ผ่านมาไม่มีอะไรเด่น? ลองเขียนสิ่งที่ทำผ่านมาตรฐานดูสิครับในบางสายงาน อย่างเช่น งานวิศวกร ที่คุณไม่มีโอกาสได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ แต่คุณเป็นฟันเฟืองของบริษัทที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนองค์กรอยู่เบื้องหลังแล้วล่ะก็ คุณสามารถเขียนสิ่งที่คุณทำแล้วผ่านมาตรฐานต่างๆดูสิครับ สิ่งนี้เองก็มีความสำคัญไม่น้อยหน้าสายงานอื่นๆเลยครับ มาตรฐานนี้สามารถเป็นได้ตั้งแต่มาตรฐานระดับโลกอย่าง ISO ลงมาจนถึงมาตรฐานของโรงงานที่ตัวเองทำอยู่ได้เลย ขอเพียงเขียนชื่อมาตรฐานให้ถูก อย่าสะกดผิด หรืออย่าเขียนลอยๆว่า "มาตรฐาน" เฉยๆโดยที่ไม่ได้ใส่ชื่อให้มันก็พอ5. เขียนประสบการณ์ทำงานเรียงเป็นลำดับ เอาล่าสุดขึ้นก่อนประสบการณ์ทำงานในเรซูเม่เป็นแบบ เรียงตามเวลา โดยเอาอันล่าสุดขึ้นก่อน ส่วนของเก่าก็อยู่ล่างๆ เรียงกับอย่างเป็นระบบระเบียบ ซึ่งสิ่งนี้มีประโยชน์แฝงอยู่หลายข้อด้วยกัน นอกจากเพื่อที่จะให้อ่านง่ายแล้ว ผู้ที่อ่านเรซูเม่ของคุณยังมองว่าคุณมีความสามารถในการจัดระเบียบได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย6. เน้นคีย์เวิร์ด (คำค้น) ให้ชัดเจนเมื่อคุณเขียนเรซูเม่ของตัวเองและนำไปใช้ต่อ จะส่งให้ HR โดยตรง หรืออัพโหลดขึ้นเว็บไซท์สมัครงานต่างๆ คุณจะต้องคำนึงด้วยว่าพนักงานฝ่ายสรรหาบุคลากร จะค้นหาเจอเรซูเม่ของคุณได้อย่างไร ในกองเรซูเม่ขนาดใหญ่ที่พวกเขาได้รับในแต่ละวัน ซึ่งในยุคนี้ไม่มีใครเขาหยิบเรซูเม่มากองละหมื่นใบ แล้วมาอ่านกัน บริษัทส่วนใหญ่มีระบบดิจิทัลกันแล้ว ซึ่งสามารถค้นหาคำต่างๆที่ต้องการได้เพียงเสี้ยววินาที ดังนั้นสิ่งที่คุณจะต้องทำก็คือทำให้เรซูเม่ของตัวเอง สามารถค้นหาได้ ซึ่งวิธีที่ดีที่สุดก็คือแปลงเป็น PDF เท่านั้น ถ้าหากคุณส่งเป็นกระดาษ หรือทำเป็นรูปไปล่ะก็มันจะค้นหาด้วยคีย์เวิร์คไม่ได้ คุณก็จะเสียเปรียบตรงนี้ไปอย่างมหาศาลเลยล่ะถ้าต้องกรอกข้อมูลใหม่ ก็กรอกให้ครบ อย่าให้ขาด คนส่วนมากมักจะคิดว่าก็ส่งเรซูเม่ให้แล้ว ทำไมไม่อ่าน ทำไมยังต้องกรอกอีก ที่กรอกทั้งหมดนี้สามารถใช้ค้นหาได้อย่างรวดเร็วเลยล่ะครับ ถ้าคุณปล่อยว่างๆแล้วล่ะก็ เสียดายนะครับสะกดให้ถูก ใช้คำให้ถูก บางคำมีชื่อภาษาอังกฤษ ก็ใส่ไปเลยทั้งอังกฤษ ทั้งไทย เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะถูกค้นหาเจอเช่นถ้าคุณเป็นนักบัญชี และคุณเคยทำงานด้านตรวจบัญชีมาก่อน ก็ให้ว่า Audit หรือ Auditor ในภาษาอังกฤษ แล้วถ้าใส่คำภาษาไทยว่า "นักตรวจสอบบัญชี" ด้วยแล้ว ก็จะเพิ่มโอกาสในการถูกค้นหามากขึ้นไปอีกครับ7. เด็กจบใหม่ ไม่มีประสบการณ์ ลองเขียนเรื่องการฝึกงานดูสิถ้าคุณเป็นเด็กจบใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ทำงานแล้วล่ะก็ ให้เขียนประสบการณ์ที่ได้รับตอนฝึกงานลงไปแทน หรือถ้าตอนเรียนคุณได้ทำงาน เฉพาะที่เกี่ยวข้องสายงานนะครับ ก็สามารถเขียนลงไปได้ เช่นถ้าคุณเรียนจบด้านสถาปนิกมา และต้องการสมัครงานสถาปนิก โดยที่ตอนเรียนอยู่เคยทำงานพาร์ทไทม์กับบริษัทออกแบบโครงสร้างอาคารแล้วล่ะก็ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องเล็กน้อยอย่างเป็นพนักงานเดินเอกสาร ก็ใส่มันลงไปเถอะครับที่สำคัญก็คือ อย่าใส่สิ่งที่ไม่จำเป็นกับตำแหน่งงานที่คุณสมัคร เพื่อแค่ให้เรซูเม่ดูเต็มๆ หรือมีอะไรเด็ดขาดนะ เพราะจะทำให้พนักงานฝ่ายสรรหาบุคลากรมองว่า คุณยังไม่ได้สนใจในสายงานนั้นๆขนาดนั้น แล้วก็เลือกที่จะให้โอกาสกับเด็กจบใหม่อีกคนที่เขียนประสบการณ์ตรงกับตำแหน่งงานมากกว่า8. ข้อมูลที่ดี มีการจัดระเบียบที่ดี มีค่ามากกว่าเรซูเม่สวยๆหลายๆคนก็คงจะเคย โหลดธีมเรซูเม่สวยๆ มาใช้บ้าง ใช่ไหมครับ เป็นเรื่องจริงที่ของสวยๆงามๆใครก็ชอบ แต่สวยแล้ว จะต้องมีข้อมูลที่ดี และการจัดระเบียบข้อมูลให้อ่านง่ายสบายตาที่มา : https://bestjob.in.th

อ่านเพิ่มเติม

17 มีนาคม 2568

7 แนวคิดของการทำงานยุคใหม่ให้มีประสิทธิภาพ

1.การชื่นชม : การรับรู้ หรือชื่นชมความสำเร็จของกันและกันในที่ทำงานและการสร้างความมุ่งมั่นส่วนตัว เป็นวิธีการที่ทำให้พนักงานสามารถต่อสู้กับความเหนื่อยล้า หรือความคับข้องภายในในการทำงานได้ เพียงแค่เราปรับปรุงวัฒนธรรมการทำงานเพื่อประโยชน์ขององค์กร2.ส่งเสริมความแตกต่าง : ท่ามกลางความแตกต่างมากมายในยุคปัจจุบันที่มีมากกว่าแต่ก่อน เช่น ชนชาติ อายุ เพศ รสนิยามต่างๆ หรือศาสนา แล้วขอความเห็นจากพนักงานที่มีความคิดแตกต่างกัน จะช่วยทำให้เกิดมุมมองที่หลากหลายในการตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น3.การให้ฟีดแบ็ก : หากองค์กรไหนให้ความสำคัญกับการให้ฟีดแบ็กเพื่อการพัฒนาอย่างแท้จริง จะช่วยให้ทำให้องค์กรยิ่งเติบโตมากขึ้น4.ผิดพลาดได้ ไม่เป็นไร : หลายๆ องค์กร พนักงานมักจะรู้สึกอายในการทำผิดพลาด หรือพยายามที่จะปกปิดความผิดพลาดเอาไว้ แต่หากองค์กรไหนสามารถที่จะทำให้พนักงานพูดถึงความผิดพลาดและเรียนรู้ร่วมกันได้ ก็จะทำให้องค์กรเดินหน้าต่อไป5.พัฒนาทักษะให้แก่พนักงาน : การพัฒนาทักษะใหม่ให้แก่พนักงานเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก เพื่อให้พนักงานได้ทั้งความรู้ และทักษะที่ตอบโจทย์กับการทำงานยุคนี้6.การสื่อสารเชิงบวกต่อกัน : องค์กรในยุคใหม่ จะเน้นที่ความไว้ใจและการให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งหรือการไม่เห็นด้วย ก็สามารถเกิดขึ้นได้เช่นกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะเราก็คือมนุษย์คนหนึ่ง ดังนั้น การพยายามเข้าใจความต้องการของแต่ละฝ่าย และสื่อสารความต้องการออกไปด้วยท่าทีเชิงบวก หรือคำพูดเชิงบวก จะทำให้องค์กรมีความเข้าใจกันมากขึ้น7.การทำงานแบบยืดหยุ่น : เด็กรุ่นใหม่ที่เข้าทำงานมักมองหาความยืดหยุ่นในการทำงานเพราะความยืดหยุ่นจะช่วยสร้างผลลัพธ์เชิงบวกให้แก่บริษัทและพนักงาน เช่น มุ่งเน้นผลลัพธ์มากกว่าการการกำหนดชั่วโมงการทำงานอ้างอิง The 25+ elements you should know when talking about the Future of Work\ที่มา www.starfishlabz.com

อ่านเพิ่มเติม

ข่าว

25 เมษายน 2566

ประกาศแจ้งเตือนจากบริษัทในกลุ่มอมตะ

18 เมษายน 2566

สมัครงานยังไง ?...ให้ได้งาน พบกับ 10 เทคนิคดีๆ ที่ควรรู้ !!

บทความ

12 มีนาคม 2568

7 เทรนด์การทำงานน่าติดตามที่จะมาเปลี่ยนชีวิตการทำงาน ปี 2025

14 มกราคม 2568

10 อันดับอาชีพมาแรงพร้อมฐานเงินเดือนสูงในปี 2025

07 มกราคม 2568

เจาะลึก...งานประจำกับฟรีแลนซ์..ต่างกันตรงไหน..แบบไหนที่ใช่..มากที่สุด

16 ธันวาคม 2567

20 เทรนด์อาชีพมาแรงในอนาคต ปี 2025-2029

04 ธันวาคม 2567

14 คำแนะนำดีๆ สำหรับคนเริ่มต้นหางาน ให้ได้งานที่ใช่

26 พฤศจิกายน 2567

รู้จัก 4 รูปแบบหลักในการสัมภาษณ์งานของผู้สมัคร

15 พฤศจิกายน 2567

เขียนประสบการณ์ทำงาน (Work Experience) ลงในเรซูเม่ ให้ได้เปรียบคนอื่น

26 กันยายน 2567

14 เครื่องมือ AI ที่ชาวออฟฟิศต้องมี ช่วยให้ทำงานง่ายสบายกว่าเดิม

16 กันยายน 2567

รู้จักกับ RESUME, CV และ PORTFOLIO พร้อมเคล็ดลับการสร้างสรรค์ให้โดนใจ HR

10 กันยายน 2567

โลกในปี 2025 จะเป็นอย่างไร 10 เมกะเทรนด์เปลี่ยนโลกที่ต้องจับตา

04 กันยายน 2567

ทักษะ "Soft Skills" ที่จําเป็นต้องพัฒนาสู่ปี 2025 จากมุมมองของนักการตลาด

29 สิงหาคม 2567

"10 อันดับ" อาชีพอินเทรนด์ในปี 2567 มีแนวโน้มเติบโต..ไม่จม..ไม่หาย..แถมทำรายได้ดี !

07 พฤษภาคม 2567

ึึ7 เทรนด์ขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีที่องค์กรทั่วโลกต้องกลับมาทบทวนเพื่อประยุกต์ใช้ในปี 2567

22 กุมภาพันธ์ 2567

วิธีรับมือ 7 คำถาม “สัมภาษณ์งาน” ที่คนสมัครงานมักจะต้องเจอ

22 กุมภาพันธ์ 2567

อัปเดต 5 เทรนด์การทำงานประจำปี 2024

18 เมษายน 2566

ส่องเทรนด์อาชีพปี 66 พบ 14 อาชีพรุ่ง-5 อาชีพร่วง

18 เมษายน 2566

“แค๊บหมู” ทำกินเองได้ ทำขายรายได้ดี

กิจกรรม

31 มีนาคม 2568

อมตะจับมือซูมิโตโม รับเบอร์ ชวนพนักงานร่วมเป็นฮีโร่ กับโครงการ “100 ล้านซีซี โลหิตชาวอมตะเพื่อสภากาชาดไทย”

25 มีนาคม 2568

อมตะซิตี้ ชลบุรี ร่วมกับสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี จัดกิจกรรม Eco Green Network ประจำปี 2568

18 มีนาคม 2568

อมตะร่วมลงพื้นที่เยี่ยมผู้พิการผู้ป่วยในพื้นที่ตำบลมาบยางพร
ติดต่อเรา
บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)
  • 700 บางนา-ตราด กม. 57 อ.เมือง จ.ชลบุรี 20000
  • 03 893 9007
บริษัท อมตะซิตี้ ระยอง จำกัด
  • 7 ทางหลวงหมายเลข 331 กม. 39 อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 20230
  • 03 849 7007
ข้อมูลติดต่อ
  • amatajobsonline@amata.com
ช่องทางการติดตาม